เที่ยว Hong Kong Disneyland ฉบับปี 2023 รีวิวเครื่องเล่น Ant-Man บรรยากาศรอบๆ ในวันคนเยอะ

ทวิงเกิลเบบี้ห่างหายจากการอัพเดทดิสนีย์แลนด์ที่ฮ่องกงไปนานหลายปีเลยทีเดียว แต่ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาเราได้กลับไปเที่ยวฮ่องกงอีกครั้งค่ะ ทำให้ปี 2023 ได้กลับมาอัพเดทพาร์คที่ฮ่องกงให้เพื่อนๆ อ่านกันอีกแล้ว หลังจากที่เคยเขียนรีวิวมาตั้งแต่ปี 2013, 2015, 2016 และ 2018 กันไป จากครั้งล่าสุดก็เกือบๆ ห้าปีเลยค่ะที่เราไม่ได้กลับไปเที่ยวฮ่องกง

ไม่อนุญาตให้นำรูปภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซต์ไปดัดแปลง ทำซ้ำ หรือเผยแพร่ต่อโดยเด็ดขาด

ด้วยความที่คราวนี้เราไม่ได้ไปกันเอง เป็นทริปที่มีครอบครัวไปด้วย เลยได้บินช่วงวันหยุดสงกรานต์เพราะเวลาว่างตรงกันหมดได้แค่ช่วงนี้ การไปสวนสนุกรอบนี้ของเราเลยค่อนข้างวุ่นวายนิดหน่อยค่ะ อย่างแรกเลย คือวันที่เลือกไปเป็นวัน Peak Day ราคาตั๋วเข้าจะแพงกว่าปกติ+คนเยอะกว่าปกติด้วย ออกตัวก่อนว่าอัพเดทของปีนี้อาจจะไม่ได้ละเอียดหรือรีวิวได้ทุกโซนเหมือนกับปีก่อนหน้านะคะ คนในพาร์คเยอะมากจริงๆ ปกติเราไปเองได้เล่นครบทุกอย่าง รอบนี้คือเล่นไปไม่กี่อย่างก็ไม่ไหวค่ะ คนเยอะ รอคิวเหนื่อยมาก ระบบ Fast Pass ก็ยกเลิกไปแล้ว เหลือแค่แบบจ่ายเงิน Premier Access ซึ่งเราก็ไม่ได้ซื้อค่ะเพราะเครื่องเล่นส่วนใหญ่เคยเล่นมาหมดแล้ว

ทุกคนสามารถตามอ่านเครื่องเล่นทุกโซนจากรีวิวปีก่อนๆ ของเราได้เลยค่ะ เคยทำลงไว้ละเอียดมาก จะมีแตกต่างกันเล็กน้อยก็พวกโชว์ต่างๆ กับพาเหรดในอดีตที่ถูกยกเลิกไปเท่านั้นเองค่ะ

รีวิวฮ่องกงดิสนีย์แลนด์: ปี 2013 / ปี 2015ปี 2016 และ ปี 2018

ตั๋วเข้าพาร์คปีนี้เราซื้อผ่าน Klook.com ค่ะ เค้าจะบอกรายละเอียดไว้หมดว่าวันที่เราจะไปเป็นตั๋วแบบพีคเดย์หรือราคาธรรมดา เข้าไปเลือกได้เลย ราคาถูกกว่าหน้าพาร์ค พอจ่ายเงินแล้วจะได้เป็น E-Ticket ในรูปแบบคิวอาร์โค้ดมา จะแคปหน้าจอไว้หรือจะพรินท์ออกมาใส่กระดาษก็ได้ค่ะ สามารถนำไปสแกนที่ทางเข้าได้เลย สะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องไปรอต่อแถวซื้อข้างหน้าเลย


วิธีการเดินทางเหมือนเดิมเลย เคยเขียนละเอียดไว้แล้วในรีวิวปี 2015 แต่เดี๋ยวบอกคร่าวๆ อีกทีก็ได้ 55555 เราเลือกมาพาร์คด้วยรถไฟใต้ดิน MTR ลงสถานี Sunny Bay แล้วก็ต่อสายรถไฟของดิสนีย์แลนด์รีสอร์ทไปได้เลย เป็นขบวนพิเศษเฉพาะค่ะ ถ้ามาถึง Sunny Bay ได้แล้วยังไงก็ไม่หลงแน่นอน

จุดเด่นในขบวนก็ที่จับรูปมิกกี้เมาส์นี่แหละ มากี่ทีก็ต้องถ่ายมุมนี้

ถึงแล้ว! คิดถึงอยู่เหมือนกันนะ ไม่ได้มาตั้งห้าปี

ครั้งนี้เรามาถึงไม่ได้เช้ามากเพราะมีผู้ใหญ่มาด้วย เลยเน้นชิลๆ มากกว่า แต่ด้วยความที่เป็นวันเสาร์ คนก็เลยเยอะทั้งวันค่ะ แอบหมดสนุกไปหน่อย แต่ช่วยไม่ได้ เลือกมาเที่ยวช่วงวันหยุดด้วย ปริมาณคนไทยน่าจะเกินครึ่ง 555555

ปกติตรงนี้จะเป็นพุ่มดอกไม้หน้ามิกกี้เมาส์ค่ะ แต่ช่วงที่เราไปมีอีเวนท์ของหมีดัฟฟี่พอดี ตรงนี้ก็เลยพิเศษหน่อยนึง น่ารักมากๆ

สายเที่ยววันธรรมดาแบบเราพอเดินเข้ามาเห็นจำนวนคนแล้วท้อเลย รู้เลยว่าทริปนี้เล่นไม่ครบเหมือนทุกครั้งแน่นอน 55555 จริงๆ ตอนปี 2013 ที่เรามา ตอนนั้นก็เป็นวัน New Year’s Eve ด้วยนะคะ แต่คนไม่เยอะเท่ารอบนี้เลย น่าจะเป็นที่ดวงด้วยแน่ๆ

คนเยอะจนเมนสตรีทแทบไม่มีที่ว่างเลยค่ะ รูปปราสาทสวยๆ สักรูปเรายังหามุมถ่ายไม่ได้เลย แอบเสียใจ แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวรอบหน้ากลับไปแก้ตัวใหม่

เผยโฉมปราสาทใหม่ ‘Castle of Magical Dreams’ เราได้เห็นเป็นครั้งแรกหลังจากสร้างเสร็จเลย เป็นการรวมปราสาทเจ้าหญิงจากหลายเรื่องมาไว้ด้วยกันค่ะ

ปกติจะคุ้นชินกับปราสาทเก่าอย่าง Sleeping Beauty Castle มากกว่า พอสร้างใหม่แล้วยังไม่ค่อยชินเลย ใจจริงแอบชอบอันเก่าเพราะมันเหมือนกับที่แคลิฟอร์เนียค่ะ เพราะส่วนตัวยังไม่เคยไปพาร์คที่อเมริกา แล้วที่ฮ่องกงก็ได้แพทเทิร์นกับตัวปราสาทเก่าจากที่ดิสนีย์แลนด์แคลิฟอร์เนียด้วย เหมือนเป็นเวอร์ชันย่อส่วนลงมา พอฮ่องกงเปลี่ยนปราสาทแล้วเลยแอบใจหายค่ะ อยู่ด้วยกันมาตั้งหลายปี 5555

พอเข้ามาถึงด้านใน เราก็เดินมาที่ Tomorrow Land ก่อนเลยค่ะ

อากาศ ณ วันที่ไปมีความขมุกขมัวเล็กน้อย มืดบ้าง สว่างบ้าง แล้วแต่ทิศทางแดดค่ะ แต่อบอ้าวนี่แน่นอนอยู่แล้ว ไม่ค่อยมีลมพัด เหงื่อแตกพลั่กๆ เวลคัมทูฮ่องกงสุดๆ

เครื่องเล่นแรกที่เรามาต่อคิวแบบไม่คิดเลยก็คือ Ant-Man and the Wasp ค่ะ เพราะเป็นเครื่องเล่นใหม่เครื่องเดียวที่เรายังไม่เคยเล่นนับตั้งแต่ปี 2018 ที่มาล่าสุด

ซึ่งคิวเข้าเล่นก็ตามคาด ยาวออกมาถึงด้านนอกแบบที่เห็น แต่ยังถือว่าน้อยนะคะ เพราะตอนบ่ายเรากลับมาดูคิว ล้นยิ่งกว่านี้อีกแหละ

หลังจากขดๆ เลี้ยวๆ อยู่ข้างนอกพักใหญ่ ก็ได้เข้ามาด้านในอาคารแล้ว มีแอร์ค่อยเย็นชื่นใจค่ะ ระหว่างทางก็จะเป็นดิสเพลย์และพร็อพต่างๆ ให้เราดูเล่นเพลินๆ เหมือนรู้สึกรอไม่นานไรงี้ 555555 สังเกตนาฬิกาด้านบน มีบอกเวลาของประเทศ Wakanda ด้วยนะ

เดินตามคิวมาเรื่อยๆ จนถึงทางขึ้นค่ะ เครื่องเล่นแอนท์แมนนี้มาแทนเครื่องเล่น Buzz Lightyear Astro Blasters ในอดีตค่ะ รูปแบบคล้ายกันคือการขึ้นไปนั่งและใช้ปืนยิงไปยังแผ่นเซนเซอร์เพื่อเก็บแต้ม

นั่งได้ 2 คน มีปืนเลเซอร์ให้คนละกระบอก ประชันฝีมือกับคนข้างๆ ได้เลยยยย (ขออภัยในความรูปเบลอนะคะ ในนั้นมืดมาก)

ศัตรูตัวบอสของเราคือด็อกเตอร์โซลาร์ ตรงนี้เหมือนเป็นด่านสู้บอส ยิงกระหน่ำทำคะแนนได้เลยเต็มที่ค่ะ เล็งปืนไปตรงสัญลักษณ์สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม วงกลม รอบๆ ได้เลยค่ะ คะแนนจะต่างกันนิดหน่อย จำไม่ได้แล้วว่าอันไหนยิงแล้วได้เยอะสุด (ก่อนเข้าเล่นจะมีป้ายบอกอยู่ค่ะว่าเก็บคะแนนยังไง)

เป็นเครื่องเล่นที่สนุกและพลาดไม่ได้เลยนะถ้าได้ไปฮ่องกงดิสนีย์แลนด์

หลังเล่นแอนท์แมนเสร็จ เราก็วิ่งมาต่อที่ Iron Man Experience เลยทันทีเพราะมันอยู่ใกล้กันนิดเดียวเอง เวลารอประมาณ 20 นาทีเองค่ะ รีบเล่นก่อน เพราะยิ่งช้าคนยิ่งมาต่อเยอะ

เครื่องเล่นนี้เราเคยเล่นไปแล้วตอนที่มาปี 2018 แล้วก็ชอบม๊ากกกก มาอีกก็ต้องเล่นอีกค่ะ พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

ระหว่างทางก็มีอะไรให้ดูเยอะแยะไปหมด เพลินลืมเวลาอีกแล้ว กลยุทธ์ดิสนีย์เค้าดีจริงๆ

ยานลำต่างๆ ที่ปฏิบัติการณ์ร่วมกับยานของเราในภารกิจค่ะ จะได้เจอน้องๆ ลอยไปมาข้างกันตอนที่เล่นด้วยล่ะ

รอบนี้มีโอกาสได้นั่งแถวหน้าสุดเลยเก็บภาพด้านในมาฝากสะดวกเลย ในเครื่องเล่นจะจำลองเหมือนว่าเราอยู่บนยานค่ะ แล้วก็ไปช่วยกอบกู้ฮ่องกงให้พ้นจากอันตรายพร้อมกับยานลำอื่นๆ และที่สำคัญคือ Iron Man ก็ร่วมสู้ไปกับเราด้วย เรียกได้ว่าเคียงบ่าเคียงไหล่โทนี่ สตาร์คเลยล่ะ ชอบมากกกก เป็นอีกเครื่องเล่นที่ห้ามพลาดเด็ดขาดนะคะถ้าได้มา

พอเล่นสองเครื่องเล่นจากมาร์เวลเสร็จ เราก็เดินออกจากทูมอร์โรว์แลนด์มาที่ Fantasyland ค่ะ คนเยอะละลานตาไปหมด

ตอนแรกจะเข้าไปดู Mickey’s Philhar Magic เพราะเป็นโชว์โปรดเลยก็ว่าได้ แต่ไม่สู้กับคิวจริงๆ เดินผ่านไปแบบตาละห้อย ไว้กลับมาใหม่รอบหน้าน้า

เดินไปเดินมา เข้ามานั่งเรือเล่นที่ Small World แล้วกัน แอร์เย็นๆ ฟังเพลง ดูตุ๊กตาเพลินๆ ค่ะ ชอบเครื่องเล่นนี้มากเลย เล่นทุกรอบที่ไป แต่ครั้งนี้รอคิวนานเกือบ 1 ชั่วโมงเลย เป็นการรอเล่นสมอลล์เวิลด์ที่นานที่สุดตั้งแต่เกิดมาแล้ววว 5555555

ปกติไม่เคยต้องต่อแถวมาถึงข้างนอกเลย พระอาทิตย์ก็ส่องหัว ต้องกางร่มตลอดตอนรอคิวเพราะจะเป็นลมเอา เดือนเมษาที่ฮ่องกงก็เอาเรื่องเหมือนไทยเลยค่ะ แดดไม่ปรานี

แต่พอเข้ามารอคิวด้านใน มีแอร์เย็นๆ ก็พอไหวแล้วค่ะ แป๊บเดียวก็ได้ขึ้นเรือ

ชอบดีเทลต่างๆ ที่จะมีตัวละครในแอนิเมชั่นมาโผล่ตามทวีปต่างๆ มากเลย อย่างห้องนี้ก็มีอาละดินกับเจ้าหญิงแจสมิน

เป็นโชว์ที่ดูไม่เคยเบื่อเลย รายละเอียดเยอะมากค่ะ

ฉากสวย กล้องเก็บไม่ครบค่ะ ต้องดูด้วยตาตัวเอง

ป้ายบอกลาเป็นภาษาต่างๆ ไม่ว่าใครก็หยิบกล้องมาถ่ายช็อตนี้ทั้งนั้นเลย

พอออกจาก Fantasyland ก็ตรงมาถ่ายรูปเล่นที่ Toy Story Land กัน เป็นโซนที่ไม่แวะไม่ได้ ต่อให้จะไม่ได้เล่นอะไรสักอย่างแต่ก็ต้องแวะมาถ่ายรูปล่ะ

คนเยอะทุกหย่อมหญ้า ลองเปิดรูปเทียบกับรีวิวปีก่อนๆ ของเราแล้วเหมือนคนละเรื่องเลยค่ะ 555555 จำได้ว่ามีสักปีนี่แหละที่ถ่ายโซนนี้มารีวิวแล้วคนโล่งมากกกก ผิดกับปีนี้ลิบลับ

ถึงอย่างนั้น ก็ยังชอบโซน Toy Story Land มากๆ อยู่ดี คอนเซปต์ที่ทำให้เรากลายเป็นไซส์เดียวกับของเล่นนี่เค้าคิดได้ยังไงนะ เก่งจัง

มาถึงโซน Mystic Point ที่มีเครื่องเล่นโปรดตลอดกาลอย่าง Mystic Manor กันแล้ว อันนี้แถวยาวมากๆ ค่ะ เรารอจนขาแข็งไปหมด แต่ก็สู้สุดใจขาดดิ้นเพราะชอบเครื่องเล่นนี้มาก ไม่เคยไม่เล่นเลยสักครั้งเดียว

แถวตอนเข้ามาด้านในแล้ว แต่ไม่ได้ถ่ายตอนเล่นมานะคะ เพราะภาพนิ่งไม่มีทางเก็บความสนุกได้แน่นอน ต้องเล่นด้วยตัวเองเท่านั้นเลย

กว่าจะเล่น Mystic Manor เสร็จ ก็ใกล้ได้เวลาโชว์พาเหรดแล้ว เราเลยออกมายืนรอดูที่แถว Main Street USA ค่ะ

ท่ามกลางมวลมหาประชาชน รถไฟ Mickey and Friends Street Celebration ก็มาถึง ด้วยความที่ในตารางโชว์เขียนบอกว่าเป็น Parade แต่ของจริงมาเป็นแค่ขบวนรถไฟที่มีคาแร็คเตอร์ยืนบนนั้น บอกตามตรงว่าเราเฟลค่ะ เพราะนี่ไม่ใช่พาเหรดมาตรฐานดิสนีย์แลนด์ที่คิดไว้เลย นอกจากจะสั้นนิดเดียวแล้ว คาแร็คเตอร์ก็น้อย แถมยังไม่มี Float สวยๆ ให้ดูอีก

(Float = รถในพาเหรดที่ปกติดิสนีย์จะทำเป็นดิสเพลย์ตามธีมแอนิเมชั่นเรื่องต่างๆ)

ซึ่งโชว์ชุดนี้ก็เป็นตามภาพเลยค่ะ ให้คาแร็คเตอร์ขึ้นบนรถไฟแล้วก็เต้นแค่นี้เลย

ตัวคาแร็คเตอร์และแคสต์เมมเบอร์ทุกคนเต้นดี เต็มที่กันมากค่ะ ไม่ได้ติดตรงนั้นเลย แต่ติดที่ใช้คำว่า Parade ในตารางโชว์ แต่ของจริงมันไม่ใช่อ่ะ เสียใจ

เราคาดหวังจะได้เห็นพาเหรดแบบเดียวกับที่เคยดูตอนปี 2016 แต่ก็แบบ… อกหักสุด หวังว่าอนาคตเค้าจะเพิ่มพาเหรดจริงๆ เข้ามานะ

หลังจากหมดขบวนรถไฟแสนสั้น ก็จะเป็นคาแร็คเตอร์มาเดินกันแบบนี้ค่ะ มีอยู่ไม่กี่ตัวเท่านั้นเอง พิน็อคคิโอ วินนี่เดอะพูห์ กับเจ้าหญิงดิสนีย์อีกสองสามคน รถโฟลทสักคันก็ไม่มี

แล้วก็จบโชว์ ทั้งหมดน่าจะประมาณ 10 นาทีเห็นจะได้ค่ะ เป็นการไปนั่งรอดูพาเหรดที่งงที่สุดตั้งแต่เคยไปดิสนีย์แลนด์ฮ่องกงมาเลย หวังว่าไปรอบหน้าจะมีอะไรเพิ่มขึ้นนะ TT

สรุปโดยรวมคือทริปรอบนี้เป็นการยืนยันชั้นดีว่าเราไม่เหมาะกับการไปเที่ยวช่วงวันหยุดเลย จริงๆ ปกติถ้าไปส่วนตัวกับแฟนสองคนก็จะไม่เลือกไปวันเสาร์แน่นอนอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้มีครอบครัวไปด้วยก็เลยมีโอกาสได้ลองเที่ยวพาร์คในวันพีคเดย์ดูบ้าง และพบว่ามันเหนื่อยและสูบพลังงานมากเลย ทั้งที่เล่นเครื่องเล่นไปแค่ 4 อย่างเท่านั้นเอง 555555 ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ ใครจะมาดิสนีย์แลนด์และอยากเล่นครบ ไม่เหนื่อยมาก ไม่ต้องจ่ายเงินซื้อพรีเมียร์แอคเซส เราแนะให้มาวันธรรมดาอย่างวันอังคารหรือพุธน่าจะดีที่สุดค่ะ จากประสบการณ์ตรง

อัพเดทปีนี้เลยอาจจะไม่ค่อยได้อะไรมาก แถมไม่ได้รีวิวเครื่องเล่นเยอะมากมายด้วยเพราะเราได้เล่นน้อยค่ะ (แต่เครื่องเล่นอื่นๆ สามารถหาอ่านรีวิวย้อนหลังจากปีก่อนๆ ได้น้า) ดีที่ยังได้เล่นเครื่องเล่นใหม่อย่าง Ant-Man and the Wasp แล้วก็ได้เล่น Iron Man Experience อีกรอบด้วย ตอนเราไปโซน Frozen ก็กำลังสร้างอยู่ แต่ใกล้เสร็จมากแล้วค่ะ ไปฮ่องกงครั้งหน้าก็คงต้องกลับไปเก็บโซนเปิดใหม่แน่นอน ไม่มีพลาด ไว้ติดตามกันด้วยน้า

สำหรับใครที่อยากซื้อตั๋วเข้าพาร์คแบบไม่ต้องไปแลกบัตรให้วุ่นวาย แนะนำซื้อกับ Klook นะคะ ใช้คิวอาร์สแกนเข้าที่หน้าประตูได้เลย สะดวกสุดๆ ค่ะ

เนื้อหาทั้งหมดในโพสต์นี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของเราเท่านั้น หากมีข้อผิดพลาดใดๆ ต้องขออภัยด้วยค่ะ
ติดตามรีวิวร้านอาหาร ของกิน ที่เที่ยว ที่พัก และไลฟ์สไตล์อื่นๆ ได้ที่ facebook.com/twinklebabystyle นะคะ ❤️

Disclaimer: This post is NOT sponsored. All opinions are my own.