7 วัน 6 คืน in Seoul ตะลุยฟาดเรียบ ของกินเพียบนะจ๊ะ พร้อมข้อมูลและพิกัดแน่นสุด!

สวัสดีค่ะ แล้วก็สวัสดีปีใหม่ 2016 ด้วยนะคะ เพราะนี่เป็นกระทู้แรกของปีนี้ที่มาตั้งเลย 5555
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เรากับแฟนไปเที่ยวเกาหลีใต้กันมาค่ะ และแน่นอนต้องมีการเก็บภาพบรรยากาศ
และอาหารเกาหลีอันน่ากินมาฝากทุกคนเหมือนทริปก่อนๆ ที่ผ่านมาค่ะ ไม่มีพลาดๆ

ไม่อนุญาตให้นำรูปภาพและเนื้อหาทั้งหมดภายในเว็บไซต์ไปดัดแปลง ทำซ้ำ หรือเผยแพร่ต่อโดยเด็ดขาด

เราจองตั๋วโปรโมชั่นของ Air Asia ที่ออกมาช่วงกลางปีที่แล้ว กดออกมาได้ราคา 9,032 ต่อคน
(ราคานี้รวมน้ำหนักกระเป๋าคนละ 20 กิโลทั้งขาไปและกลับ) ส่วนอาหารกับที่นั่งเราซื้อตามหลังมาค่ะ
เดินทางวันที่ 4-10 มกราคม 2016 ที่ผ่านมา ซึ่งอากาศทั้งทริปก็ติดลบตามคาดค่ะ แต่ไม่เจอหิมะ 5555

ทริปนี้ถือว่าเป็นทริปกินและกลับไปเยี่ยมสถานที่ที่เราเคยเรียนอยู่ซะมากกว่า ไปหาเพื่อนที่โน่นด้วย
แล้วก็เป็นทริปพาแฟนเที่ยวด้วยค่ะ บางสถานที่อาจจะมีคนเคยรีวิวเยอะแล้วในนี้ ก็อาจจะข้ามๆ ไปบ้างนะคะ
ไม่ลงรายละเอียดเยอะมาก แต่ส่วนมากก็อยู่ในโซลแล้วก็กินกันอย่างเดียวมากกว่าค่ะ 5555

เพราะฉะนั้นกระทู้นี้จะมีแต่ของกินซะส่วนใหญ่ แล้วก็เดินเล่นในเมืองเรื่อยๆ สบายๆ ค่ะ
ข้อมูลที่เที่ยวอาจจะมีไม่มาก เพราะสโลว์ไลฟ์กันสุดๆ 5555 ขออภัยล่วงหน้าเลยจ้า


Helpful Tips!

-อย่าลืมโหลดแอพ Subway ของเกาหลี (เสิร์ชว่า Subway Korea แอพแรกเลยค่ะ) มีประโยชน์มากน้า

-จริงๆ ถ้าดูแมพเราอยากแนะนำให้ดูของ naver.com มากกว่าค่ะเพราะสตรีทวิวอัพเดทตลอดเวลา
แถมพิกัดแม่นยำกว่าด้วย แต่เราไม่แน่ใจว่าโหลดแอพ naver map มาแล้วจะมีภาษาอังกฤษรึเปล่าอ่ะค่ะ
เพราะงั้นแล้วถ้าใช้กูเกิลแมพอาจจะต้องทำใจเรื่องพิกัดที่ผิดเพี้ยนและไม่อัพเดทไปบ้างนะคะ แฮะๆ

-ร้านอาหารและสถานที่ในเกาหลียังมีเยอะที่ไม่มีภาษาอังกฤษค่ะ ในกระทู้เราจะลงรายละเอียดเป็นภาษาเกาหลีให้ด้วย
เพื่อนๆ ที่อยากตามรอยให้แคปชื่อร้านภาษาเกาหลีและเซฟรูปหน้าร้านไปด้วยเพื่อความชัวร์ดีกว่านะคะ ^^

-บัตร T-Money มีประโยชน์มากค่ะ ไปถึงก็ซื้อพกไว้ เติมเงินไว้ ใช้ได้ทั้งรถไฟใต้ดิน รถเมล์ ซื้อของตามร้านสะดวกซื้อได้ด้วย

-ข้อมูลร้านค้า ร้านอาหารในเกาหลี หากไม่อัพเดทประมาณ 1-2 ปี อาจต้องเช็คก่อนนะคะว่าร้านยังเปิดอยู่หรือปิดไปแล้ว
เพราะที่เกาหลีจะเปลี่ยนแปลงตึกและร้านค้าอยู่บ่อยๆ บางทีปีนี้ไปยังอยู่ อีกหกเดือนต่อมาหายไปแล้วก็เยอะค่ะ
เพราะค่าที่ดิน ค่าเช่าสัญญาต่างๆ เปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ ฉะนั้นถ้าจดข้อมูลเก่าที่ไม่อัพเดทปีล่าสุด อย่าลืมเช็คก่อนนะคะ


ราคาและรายละเอียดร้านอาหาร สถานที่เที่ยวต่างๆ รวบรวมและใส่ในกระทู้นี้หมดแล้วจ้า
ส่วนวิธีการเดินทางต่างๆ รวบรวมและใส่ไว้ทุกสถานที่ที่เราไปมาค่ะ อยู่กระทู้นี้ไม่ต้องกลัวตามไปไม่ถูกหรือหลงนะ ^^
ใครสงสัยอะไรเพิ่มเติม หรืออยากรู้อะไรนอกเหนือจากในกระทู้ คอมเม้นถามหรือหลังไมค์มาได้เลยนะคะ
จะบอกว่าทำเพจไว้ด้วยแหละ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยได้โปรโมทหรืออัพเดทอะไรมาก จะพยายามอัพเดทบ่อยๆ
https://www.facebook.com/twinklebabyy/ถ้ากระทู้นี้เป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ หรือว่าถูกใจยังไง อย่าลืมแชร์กันเยอะๆ น้าาา ขอบคุณมากค่ะ
ถ้าพร้อมแล้วก็ไปลุยกินแหลกที่เกาหลีใต้กับพวกเราเลยค่ะ! รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนนนน

รูปในกระทู้ถ่ายด้วย Fuji X-A2 และ Canon 650D ค่ะ

ปล. เราแลกเงินไปด้วยเรท 0.0307 ค่ะ วิธีคิดเป็นเงินไทยก็เอาเงินวอนคูณเรทที่แลกไปได้ค่ะ
แต่เราคิดง่ายๆ เอาเงินวอนคูณ 30 ได้เป็นราคาเงินไทยโดยประมาณค่ะ


♡ DAY 1

ออกเดินทางที่ดอนเมืองเที่ยวบิน XJ708 เวลา 8.15 น. เราทำเว็บเช็คอินมาแล้วเรียบร้อย
ไปดอนเมืองตั้งแต่ก่อนตีห้าเลยค่ะ กลัวไม่ทัน เพราะเคาท์เตอร์ที่ดอนเมืองเอาแน่เอานอนไม่ได้
บางทีคนเยอะ บางทีก็ไม่มีคนบ้าง แต่จริงๆ ไฟลท์บินต่างประเทศควรไปก่อนอย่างน้อย 3 ชั่วโมงอยู่แล้วค่ะ

ไปถึงก็ไปสแกนกระเป๋าแล้วก็ยืนรอเคาท์เตอร์เช็คอินเปิดเลย รอเกือบสิบนาทีก็ทำการโหลดกระเป๋า
แล้วก็ผ่านด่านสแกนและตรวจพาสปอร์ต เข้าไปรอในเกทจนประมานเจ็ดโมงครึ่งก็บอร์ดิงได้แล้ว

เครื่องบิน A330-300 ของสายการบิน Thai Air Asia X เป็นเครื่องบินแบบ 3-3-3
แต่ตั้งแต่แถว 44 ลงไปจะเป็น 2-3-2 ค่ะ ซึ่งเราซื้อและเลือกที่นั่งแถว 45 ทั้งขาไปและกลับ
ขนาดที่นั่งพอเหมาะพอเจาะกระทัดรัดมากๆ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่บินกับ Thai Air Asia X ค่ะ

โดยรวมก็โอเคนะคะในระดับ low cost แอร์บริการโอเคใช้ได้
สุภาพดี นั่งไปห้าชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงค่ะ เน้นหลับเอา อย่าไปอะไรมาก

สั่งอาหารบนเครื่องด้วยค่ะเพราะบินเช้า ก่อนขึ้นเครื่องเรากับแฟนไม่ได้ทานอะไรทั้งคู่
แต่อาหารก็เสิร์ฟใกล้ๆ เที่ยงอยู่ดีค่ะ ทำให้แอบหิวเยย T^T
ลาซานญ่าไก่รสชาติโอเค หอมดี ส่วนของแฟนเป็นข้าวไก่เทอริยากิ รสชาติเฉยๆ (แอบชิมไปนิดนึง)

ได้สมุดโน้ตน้องมะม่วงด้วยถ้าสั่งอาหารล่วงหน้าในช่วงนี้ เราสั่งทั้งไปทั้งกลับ ได้มาตั้ง 6 เล่ม
(ขากลับแอร์ให้เกินมาอีกสองเล่มง่ะ งงๆ เหมือนกัน แต่ก็รับมา 55555)

ทริปนี้เราเช่าพ็อกเก็ตไวฟายไปค่ะ เพราะราคาไม่แรง แล้วก็สะดวกดีแชร์กันสองคน
เลือกของบริษัท Wise จองเครื่องแล้วไปรับเองที่ตึกอโศกทาวเวอร์

ราคาที่ได้ วันละ 150 บาทใช้ได้ทั่วเกาหลี สัญญาณดีมาก ไม่หลุดเลย
วันนึงจำกัดการใช้ที่ 500 MB ค่ะ ถ้าเราใช้เกินสัญญาณจะตัดเอง แต่ไปมาอาทิตย์นึง
ไม่มีวันไหนใช้หมดเลยสักวัน 55555 เพราะมากสุดก็ใช้แค่เปิดแผนที่ อัพรูป อัพโน้นนี่

ถึงเกาหลีตอนประมานบ่ายสามโมงกว่าเกือบสี่โมงแล้วค่ะ ลงเครื่องมาก็เดินๆๆ
ไปต่อรถไฟเพื่อไปยัง Immigration ผ่านด่านพี่เกามาได้ชิลๆ เราไม่โดนถามอะไร
แต่แฟนโดนถามว่ามากับใคร มากี่คน มากี่วัน คำถามเบสิคทั่วไปค่ะ

ออกมารับกระเป๋าเสร็จก็มาซื้อตั๋วแอร์พอร์ตบัสค่ะ ใบละ 10,000 วอน
เราพักที่นัมซานเกสต์เฮาส์เพราะเอาคุ้นเคยไว้ก่อน ใครสนใจที่พักไปดูได้ที่ www.namsanguesthouse.com

นั่งบัสสาย 6015 ลงป้ายสุดท้ายค่ะ พอถึงก็ลากกระเป๋าข้ามถนนมาอีกฝั่งเลย

ไม่ได้กลับเกาหลีมานานมาก เห็นว่าทำทางม้าลายให้ข้ามง่ายๆ หน้าป้ายรถเมล์แล้ว
ดีใจมากกก ไม่งั้นต้องเดินไปข้ามถึงแยกนัมแดมุนค่ะ เพราะคงไม่ยกกระเป๋าหนักๆ ลงใต้ดินแล้วแบกขึ้น -..-

พอเก็บกระเป๋าเรียบร้อยก็หิวสิคะ 5555 เดินทางมาเหนื่อยๆ หลับบนเครื่องก็ปวดคอ
กินก็ไม่ค่อยอิ่ม T_T เลยออกมาหาอะไรกินค่ะ เดินข้ามมาฝั่งมยองดงก็คิดว่าจะกินอะไรดี

เจอทัคโกชีขายอยู่ท้ายซอย สั่งมาสองไม้กินกับแฟน ไม้ละ 2,500 วอนค่ะ ตอนแรกนึกว่าจะอุ่นให้
สรุปไม่จ้า ลุงคนขายยื่นให้เลย แล้วคือมันเย็นชืดดดด ใครอยากกินอร่อยหาร้านที่ปิ้งใหม่ๆ นะคะ

ไก่ปิ้งเสียบไม้เย็นชืด ไม่โอเค T__T

เดินคิดไปคิดมา เดินไปสุดถนน ทะลุไปถึงสถานีอึลจิโรอิบกูเลยจ้า 5555 เลยแบบ
งั้นนั่งรถไฟไปกินร้านประจำเราแถวมหาลัยเลยแล้วกัน คิดถึงจัด ไม่ได้กินมาหลายปี

(แมพจาก naver.com)

ขออธิบายนิดนึงค่ะ ตรงย่านมยองดงตรงนี้ จะมีรถไฟใต้ดินผ่านสองสถานีคือสายสีฟ้ากับสีเขียว

สีฟ้าจะตัดผ่านหน้ามยองดงเลยค่ะ เป็นสถานี Myeongdong ส่วนสีเขียวจะผ่านด้านหลังมยองดง
ชื่อสถานี Euljiro-1(il)ga หรือคนเกาหลีจะอ่านว่าอึลจิโรอิบกู (을지로입구) แต่ถ้าจำง่ายๆ เอาก็จำเลข 1 ไว้ค่ะ
ออกทางออก 6 จะเจอมยองดงเลย อันนี้บอกไว้เป็น FYI เพราะว่าบางคนไม่รู้ว่าสถานีนี้ก็ผ่านมยองดงเหมือนกัน
จะได้ไม่ต้องไปเปลี่ยนสายอ้อมไปมาถ้าในกรณีที่สายสีเขียวใกล้กว่าอะไรแบบนี้ค่ะ

ก็นั่งจากสถานี Euljiro 1(il)-ga มาลงที่อีแดเลย (Ewha Womans Univ. Station)

ร้านที่จะพาไปกินชื่อร้านว่า 오리지날떡볶이 (อ่านว่า ออริจินัลต๊อกบกกี) หน้าร้านไม่มีภาษาอังกฤษนะคะ
ไม่ได้ถ่ายรูปหน้าร้านมาด้วยเพราะว่าตอนนั้นมืดแล้ว แถมอากาศเย็นลงแล้วก็หิวด้วยค่ะ
ขออนุญาตแนบพิกัดกับแผนที่ด้านล่างแทนนะคะ ><

เราสั่งเป็นชุดใหญ่สุด ราคา 11,000 วอน (330 บาท) จะได้ชินดังดงต็อกบกกีหม้อนึง

ทวีกิม (เซ็ตของทอด) หนึ่งเซ็ต แล้วก็ได้ของหวานเป็นโคกูมัน (มันหวานเคลือบน้ำตาล)

แล้วเราก็สั่งคิมบับมาเพิ่มค่ะ ของโปรดแฟน

รสชาติขอการันตีว่าอร่อย 5555 กินร้านนี้ตั้งแต่ตอนมาเรียนจนถึงตอนนี้ รสชาติเหมือนเดิม
ไม่เปลี่ยนแปลง ราคาไม่แพงด้วยนะคะ ถ้าใครมาเที่ยวแถวอี-็อยากแนะนำค่ะ

เซ็ตออรินัล A (오리지날A세트) 11,000 วอน
คิมบับชีส (치즈김밥) 3,000 วอนค่ะ
น้ำเปล่า ฟรี

오리지날떡볶이 (ออริจินัลต๊อกบกกี)
การเดินทาง: รถไฟใต้ดินลงสถานี Ewha Womans University ออกทางออก 2 เดินตรงมาเรื่อยๆ
จนเกือบถึงหน้ามหาลัย พิกัด 37.558680, 126.945236 ส่วนเส้นทางดูตามแผนที่เลยค่ะ หาไม่ยาก
จดชื่อร้านภาษาเกาหลีไปกันเหนียวก็ได้นะคะ แล้วไปเทียบเอาเนอะ 55555

พอกินอิ่มแล้วก็เข้าไปเดินเล่นในมอตอนกลางคืนสักหน่อย รำลึกความหลังสมัยก่อน
เคยเดินไปเรียนทุกวัน หอเราเมื่อก่อนก็อยู่แถวนี้ เลยรู้สึกเหมือนได้กลับบ้านค่ะ

มุมมหาชนในตอนกลางคืน ตึก ECC นี้นักท่องเที่ยวเดินทางมาก็ต้องถ่ายค่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวหาว่ามาไม่ถึง

แถวนี้ก็มีร้านค้า ของกิน เครื่องสำอางให้เลือกซื้อเหมือนหลายๆ ที่ แต่จะไม่คึกคักเท่าฮงแดเนอะ
ผับก็พอมีบ้างแต่น้อยค่ะ ไม่ขึ้นชื่อลือชาเท่าย่านอื่น เด็กแถวนี้ถ้าจะเที่ยวก็เดินเลยไปชินชนจะคึกครื้นกว่า

ว่าแล้วก็เดินไปชินชนซะเลย 5555 เราเดินออกด้านหลังมหาลัยมาแล้วก็เดินตัดไปชินชนเลยค่ะ
เพราะมันอยู่ติดกันไม่จำเป็นต้องนั่งรถไฟต่อไป จริงๆ เดินง่ายมากแต่ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี
กลัวพูดๆ ไปแล้วจะหลงกันรึเปล่า เส้นทางมันซับซ้อนถ้าอธิบายด้วยการพิมพ์อ่ะค่ะ

แต่ถ้าใครอยากลองเดินจากอีแดดู ให้เริ่มจากหน้าประตูม. อีแดนะคะ เลี้ยวซ้ายแล้วตรงอย่างเดียว
เจอแยกก็เดินตรงไปค่ะไม่ต้องเลี้ยว ไปเรื่อยๆ จะเจอกับชินชนเลย ถ้างงก็เปิดแมพไปด้วยเดินไปด้วยก็ได้

แว่บเข้า GS25 หาอะไรอุ่นๆ ดื่มแล้วก็ออกมาเดินต่อ

เดินเล่นกันต่ออีกแป๊บ รู้สึกตัวอีกทีก็ดึกแล้วค่ะ เพลียด้วยเพราะก่อนบินก็นอนน้อยมาก
เลยตัดสินใจนั่งรถไฟกลับที่สถานีชินชน (Sinshon) เลย ไม่เดินกลับอีแดแล้วเพราะหนาว
สถานีชินชนอยู่ถัดจากอีแดมาแค่สถานีเดียวค่ะ เพราะงั้นเท่ากับว่าเราก็นั่งจากชินชนยาวไปอึลจีโรอิบกูเลยค่ะ

ขากลับเจอสตรอเบอร์รี่ ซื้อมากล่องนึงในราคา 8,000 วอน กลับมากินที่เกสต์เฮาส์
ขอบอกว่าหวานหอมจนแสงพุ่งออกปาก

จบวันแรกแบบไม่ค่อยมีอะไรค่ะ 55555 พรุ่งนี้ตื่นเช้ามาค่อยไปลุยกันต่อเน้อออ

♡ DAY 2

วันนี้ตื่นกันสายยยยยโด่ง ตื่นมาก็เกือบ 9 โมงแล้วค่ะ 5555 เป็นทริปที่สโลว์ไลฟ์สุดๆ -.-
เป็นเพราะเมื่อวานเดินทางเหนื่อยด้วยแหละค่ะ เลยหลับกันยาว (ได้ข่าวตื่นสายทุกวันเยย)

พอได้สติก็ล้างหน้าแปรงฟันแต่งตัวกันใหญ่ ออกจากเกสเฮาส์เกือบสิบโมง
วันนี้เราจะไปแทฮังโนกันค่ะ (대학로) ไปกินหมูย่างที่ร้านเซมาอึลแล้วก็ต่อที่สวนนักซาน

มื้อแรกของวันจะพาไปกินร้านหมูย่างที่มีสาขาเยอะเลย ร้านเซมาอึล (새마을식당)
หน้าร้านไม่มีภาษาอังกฤษอีกแล้ว 5555 แต่รอบนี้ถ่ายหน้าร้านมาค่ะ เซฟไปเทียบได้ๆ

เมนูตามนี้ค่ะ อาจจะสั่งลำบากหน่อยถ้าคนไม่รู้ภาษาเกาหลี เมนูในกรอบด้านบนจะเป็นพวกเนื้อย่างหมูย่าง
กรอบด้านล่างจะเป็นอาหารเกาหลีทั่วไป (พวกกิมจิชีเก ซุปเผ็ดต่างๆ ข้าว ก๋วยเตี๋ยว)

วันนี้เรามากินหมูย่างเราก็จัดไปสิคะ สั่งเมนูฮอตฮิตของร้าน เซมาอึลบุลโกกิ (새마을불고기) ค่ะ
เป็นเนื้อหมูหมักสูตรพิเศษของร้าน จะสไลด์หมูมาเป็นวงๆ แบบนี้ แล้วก็เทลงไปผัดในเตา
(ใช้คำว่าผัด เพราะไม่ได้ย่างเลยค่ะ 5555 เนื้อหมูมันบางอยู่แล้ว ผัดๆ แป๊บเดียวสุกเลย)

รสชาติอร่อยเหมือนเดิมที่เคยกิน พาแฟนมากินแฟนบอกอร่อย แสดงว่าผ่าน 55555
แต่เรื่องรสชาตินี่แล้วแต่คนนะคะ ลิ้นคนเราไม่เหมือนกันเนอะ อยากรู้ก็ต้องไปลองเองค่ะ

ร้านเซมาอึล (새마을식당) สาขาแทฮังโน
การเดินทาง: ลงสถานี Hyewha ทางออก 3 ขึ้นมาแล้วกลับหลังหัน เดินตรงมาเรื่อยๆ
ร้านอยู่ในซอยที่สอง หน้าปากซอยเป็นร้าน Coffee Gurunaru เดินเข้าซอยแค่นิดเดียวร้านอยู่ซ้ายมือค่ะ

อิ่มพุงแล้วเรียบร้อย จะไปเดินย่อยกันที่สวนนักซาน (Naksan Park ค่ะ)จะไปถ่ายรูปวิวจากบนเขาด้วย
แล้วก็ตอนเดินกลับจะได้แวะถ่ายบันไดดอกไม้ที่ Ihwa Mural Village (이화 벽화마을)

เราข้ามถนนจากฝั่งร้านเซมาอึลมายังสวน Marronnier Park (마로니에 공원) สวนนี้ก็สวยค่ะ
เป็นสวนที่มีงานศิลปะอาร์ทๆ ด้วย แล้วก็ด้านหลังเหมือนจะเป็นโรงละครด้วยค่ะ (อันนี้ไม่ชัวร์)

จะออกแนวเดินขึ้นเขาหน่อยนึง พอถึงแยกบนสุดจะเจอทางตัน (เดินขึ้นต่อไม่ได้แล้วค่ะ)

ให้เลี้ยวขวาแล้วเดินตรงต่อ จะเจอธนาคาร IBK แล้วก็เดินตรงต่อเลยเรื่อยๆ ตามทาง
มันจะมีอยู่ทางเดียวเลยค่ะ ขึ้นไปจนสุดก็จะเจอทางเข้าสวน เป็นบันไดสู๊งสูง แค่เดินมาก็แฮ่กแล้ว
ต้องปีนต่ออีกเหรอเนี่ยยยยยย ฮึ่มๆ 55555

ข้างบนมีเป็นแกลอรี่บอกประวัติอยู่ของที่นี่ด้วย สวนนักซานตั้งอยู่บนภูเขานักซานค่ะ
เป็น 1 ใน 4 ของภูเขาที่อยู่ในโซลตั้งแต่สมัยยุคโชซอน (เขา 4 ลูกคือนัมซาน อินวังซาน พูกักซาน และนักซาน)

พอเดินเล่นบนสวนเสร็จก็เดินลงเขาค่ะ แต่ขากลับเราไม่ได้เดินกลับทางเดิมนะ
เราจะเดินลงอีกทางค่ะ จะได้ผ่านหมู่บ้านศิลปะอีฮวา หรือ Ihwa Mural Village (이화 벽화마을)

หมู่บ้านศิลปะนี้เป็นโปรเจ็คที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2006 ค่ะ เพื่อพัฒนาชุมชนและสภาพแวดล้อมให้น่าอยู่ด้วยศิลปะ
ตามกำแพงหรือบ้านต่างๆ จะถูกวาดและแต่งเติมให้เป็นศิลปะน่ารักๆ โดยศิลปินกว่า 60 คนค่ะ

นั่งคิดกับแฟนว่าจะไปไหนดีน้า คิดไปคิดมา หิวอ่ะ 5555 เลยว่าจะไปตลาดควางจัง หาอะไรหม่ำต่อสักหน่อย

ตอนแรกเปิดแมพแล้วมันอยู่ใกล้นิดเดียวเอง เลยกะจะเดินเอา แต่แอบงงทางนิดหน่อยเพราะไม่คุ้นแถวนี้
ถ้าจะนั่งรถไฟใต้ดินก็อ้อมอ่ะค่ะ ต้องเลยไปต่อสายโน้น เปลี่ยนสายนี้ สรุปเลยหาสายรถเมล์ดีกว่า
เสิร์ชเจอสายรถเมล์ที่ผ่านตลาดควางจังปุ๊ป เราก็ออกเดินหาป้ายรถเมล์ปั๊ปเลย

นั่งรถเมล์ในเกาหลีไม่ยากค่ะ บนรถมีเสียงประกาศบอกป้ายเป็นภาษาอังกฤษเหมือนในรถไฟใต้ดินเป๊ะ
แต่อาจจะยากสำหรับคนไม่ชินทาง อ่านภาษาเกาหลีไม่ออก เพราะว่าตรงป่ายรถเมล์ที่บอกว่าไปไหนได้บ้าง
ส่วนมากจะเป็นภาษาเกาหลีล้วนเลยค่ะ แล้วคนที่ไม่ชินก็อาจจะงงหรือว่าลงผิดป้าย ทำให้หลงได้

เพราะงั้นถ้าเพิ่งไปครั้งแรก หรือไปหลายครั้งแต่ไม่เคยนั่งรถเมล์เลย ไม่ค่อยอยากแนะนำให้นั่งค่ะ
ถ้าเลือกได้ก็ลงใต้ดินจะแม่นยำและชัวร์กว่าถึงจะอ้อมสักหน่อยเนอะ

เราพาแฟนนั่งรถเมล์สายที่ผ่านหน้าตลาด นั่งไปแค่สองสามป้ายก็ลงแล้วค่ะ
พอลงมาปุ๊ป ทางเข้าตลาดอยู่ด้านหน้าเลย

ตลาดควางจังเป็นตลาดที่ขายของกินเยอะมาก มีของสดด้วยค่ะ ของที่ระลึกก็มี ขายผ้าก็มี
สรุปมีหมด 5555 เป็นตลาดพื้นบ้านๆ คนท้องถิ่นมาไม่ขาดสาย ป้าๆ อาจุมม่าเยอะค่ะที่นี่

ตลาดสะอาดมากค่ะ แฟนเข้าห้องน้ำก็บอกว่าสะอาด
ห้องน้ำสาธารณะเกาหลีเราไม่ค่อยกังวล สภาพโอเคหมด

เดินไปมาก็เจอกับร้านนี้ ขายแพนเค้กถั่วเขียวทอด (녹두빈대떡) กับแพนเค้กหมูทอด (완자)
เลยซื้อแพนเค้กหมูทอดห่อกลับค่ะ 4,000 วอนได้ 2 แผ่นอิ่มๆ เลย แต่ยังไม่ได้กินทันทีนะ

เมนูร้านแพนเค้กทอด
-แพนเค้กถั่วเขียว หรือ 녹두빈대떡 (นก ดู บิน แด ต๊อก) 4,000 วอน
-แพนเค้กหมู หรือ 완자 (วัน จา) 2 ชิ้น 4,000 วอน
-모듬 อ่านว่า โมดึม คือจะได้แพนเค้กถั่วเขียวกับแพนเค้กหมูอย่างละชิ้น 6,000 วอน
-มักกอลลี (대박막걸리) เป็นเหล้าข้าวเกาหลีค่ะ 3,000 วอน
-반죽포장 อ่านว่า พันจุกโพจัง คือสั่งห่อกลับ เค้าจะจัดให้เป็นเซ็ตค่ะ 10,000 วอน

ทางไปเราไม่รู้จะพูดยังไง ร้านมันอยู่ในตลาดค่ะ อยู่ตรงกลางเลย โซนของกิน
ลองเซฟรูปหน้าร้านไปเทียบได้ค่ะ คนขายและคนทำเป็นผู้หญิงทั้งคู่ค่ะ คนต่อคิวเยอะๆ

เดินเล่นสักพักแล้วอยากกินเกี๊ยว (มันดู) เลยเดินเลือกจะเอาร้านไหนดี มาเจอร้านนึง
คุณป้าแกเรียกลูกค้าใหญ่ บอกอร่อยนะๆ เราเห็นคนน้อยดี ไม่ชอบร้านคนแน่นๆ เลยนั่งร้านนี้ค่ะ
ชื่อร้านว่า โค-ฮยัง ซนคัลกุกซู (고향 손 칼국수)

อันนี้เราสั่งมันดูกุ๊ก (만두국) หรือเกี๊ยวน้ำ รสชาติดีค่ะ เกี๊ยวทำสด (เหมือนแถวนี้จะทำสดกันทุกร้านเลยนะ)
น้ำซุปอร่อยค่ะ เกี๊ยวลูกใหญ่ ได้มาหลายลูกเลยด้วย ชามนี้ 5,000 วอนค่ะ กินกันสองคนก็ยังอยู่ท้อง

ออกจากตลาดมาก็ลงใต้ดินและนั่งไปสถานี City Hall ค่ะ เพราะเราจะไปเที่ยววังกัน

ออกทางออก 2 ไปพระราชวังท็อกซู (덕수궁) วังนี้เราก็เพิ่งเคยมาครั้งแรกค่ะ
เมื่อก่อนนั่งรถเมล์กลับหอผ่านทุกวันก็ไม่เคยมีโอกาสเข้าไปดูสักที รอบนี้เลยอยากเข้าไปสักครั้ง

พระราชวังท็อกซู หรือภาษาเกาหลีอ่านว่าท็อกซูกุง (Deoksugung Palace 덕수궁)
เป็นวังที่ตั้งอยู่ในมุมเล็กๆ ใจกลางโซล มีเอกลักษณ์เด่นอยู่ที่กำแพงหินที่เรียงตัวกันสวยงามค่ะ

ตอนไปเขากำลังเดินขบวนเพื่อออกไปทำการแสดงหน้าวังพอดี โชคดีได้ภาพสวยๆ มาฝาก

พระราชวังท็อกซู (Deoksugung Palace 덕수궁)
การเดินทาง: รถไฟใต้ดินลงสถานี City Hall ทางออก 2 ขึ้นมาก็เจอเลยค่ะ
ค่าเข้าชม: 1,000 วอน / ปิดทุกวันจันทร์นะคะ

พอเยี่ยมชมวังเสร็จก็เดินออกมาข้ามถนนเพื่อจะเดินไปคลองชองเกชอนค่ะ

ผ่านลานสเก็ตตรงหน้า City Hall ด้วย มีให้เล่นกันทุกปี ใครสนใจไปเล่นได้ค่ะ
ลานจะจัดวางช่วงปลายๆ ปีของทุกปี แต่สิ้นสุดเมื่อไหร่เราจำไม่ได้ ไม่แน่ใจ

บรรยากาศที่คลองชองเกชอน มีไฟประดับสวยงามต่อเนื่องมาตั้งแต่เทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่
ตอนกลางคืนที่มืดแล้วก็สวยงามอลังการมากมาย อากาศดีๆ ไฟสวยๆ เดินแป๊บเดียวก็มืด เพลินนนน

เดินเล่นแถวคลองชองเกชอนสักพักก็ดูเวลาค่ะ เพราะวันนี้เรานัดเพื่อนคนเกาหลีมากินข้าวกัน
ฮีทำงานอยู่ที่บริษัทแถวนี้พอดี นัดกันประมาน 17.50 พอเจอกันก็พาไปหม่ำเนื้อย่างค่ะ

ไปถึงก็สั่งอาหาร นั่งคุยเล่นตามประสาคนไม่เจอกันนาน เพื่อนเกาหลีเราคนนี้เป็นรุ่นพี่ค่ะ
แก่กว่า 7 ปี ที่สำคัญชอบเมืองไทยมากๆ เคยมาเที่ยวไทยนับครั้งไม่ถ้วน ตอนพี่แกมาเราก็พาเที่ยวพากิน

มื้อนี้อิ่มและอร่อยมากๆ แต่เราไม่ทราบราคานะคะ พอดีว่าเพื่อนเลี้ยงค่ะ แต่ดูจากสภาพร้านและอาหาร
น่าจะค่อนข้างแพงทีเดียว แต่ว่าอร่อยประทับใจมากค่ะ ที่สั่งกันก็มีเนื้อวัว เนื้อเป็ด และหมูสามชั้น

คือเป็ดย่างอร่อยมาก มันไม่ใช่เป็ดย่างแบบจีน แต่มันเป็นเป็ดแบบ กินแล้วนึกว่ากินเนื้อวัว 5555
รสชาติมันๆ หอมๆ หวานๆ บรรยายไม่ถูกเลยจ้า พูดแล้วก็หิวอยากกลับไปกินอีก -..-

คือเราจำชื่อร้านนี้ไม่ได้ค่ะ พอดีเดินตามเพื่อนต้อยๆ อย่างเดียวเลยอ่า

พอหม่ำของคาวเสร็จก็ต่อด้วยของหวาน ด้วยความอยากกินพัทบิงซู (팥빙수) หรือบิงซูถั่วแดง
ก็ถ่อสังขารเดินจากร้านเนื้อย่างมากินถึงแถวจงกัก ขาลากมากกกก จริงๆ มันไม่ไกลกันมากค่ะ
แต่คงเพราะเพื่อนเราพาเดินวนไปวนมา คือฮีแกก็ไม่รู้ทางไง เปิดแมพแล้วก็เดินหาเหมือนกัน 5555

ก็ได้กินสมใจอยาก รสชาติออริจินัลของแท้ พัทบิงซูรสนมอร่อยมาก ไม่หวานไปไม่เลี่ยน
กินกับต๊อกเข้ากันม๊ากมาก ส่วนรสชาเขียวก็หอมชามากค่ะ กินกันหมดทั้งสองถ้วย อิ่มหนำเลยจริงๆ

ร้าน 경성팥집옥루몽 (คยองซองพัทจิบ อ๊กรูมง) สาขา Jongkak (มีหลายสาขาเลยนะคะร้านนี้)
การเดินทาง: ลงสถานี Jongkak ทางออก 1 ขึ้นแล้วเดินตรงเรื่อยๆ จนเจอตึก Gran Seoul Hall
ร้านอยู่ชั้นใต้ดินค่ะ ตั้งอยู่ตรงหัวมุมทางเข้าห้องน้ำของชั้นใต้ดิน เซฟรูปบิงซูไปก็ได้แล้วไปเทียบหน้าร้านเอาก็ได้นะ

พอกินของหวานเสร็จ เรากับเพื่อนเกาหลีก็แยกย้ายค่ะ ออกมาจากตึก Gran Seoul Hall ก็จะเป็นแถวจงกักพอดี

ย่านนี้เป็นอีกย่านที่อยากแนะนำให้ไปเดินเที่ยวดูค่ะ นอกจากคลองชองเกชอนจะตัดผ่านทำให้บรรยากาศดีแล้ว
ก็ยังมีแหล่งของกินและสถานบันเทิงมากมาย 5555 อยากให้ลองไปเดินกันดู คึกคักไม่แพ้ฮงแดหรือมยองค่ะ
ถ้าใครไปลองกินบิงซูร้านนี้แล้วไม่มีที่ไหนไปต่อ พอกินเสร็จก็เดินทะลุสถานีเดิมไปดูก็ได้นะคะ

ย่านจงกัก (종각)
การเดินทาง: สถานี Jongkak ทางออก 4 ขึ้นมาปุ๊ปเจอซอยเล็กๆ ซอยแรกขวามือ เดินเข้าไปเลยค่ะ
ปากซอยจะเป็นชื่อซอยว่า 종로 8길 (Jong-ro 8 gil) เดินทะลุไประหว่างซอยจะมีร้านอาหารคึกคักตลอดทาง

เราเดินเล่นในจงกักกันอยู่แป๊บนึงก็เดินทะลุซอย Jong-ro 8 gil ออกมาจะเจอกับคลองชองเกชอนอีกครั้ง
ซึ่งบรรยากาศสงบเงียบ โรแมนติก ต่างกับเสียงดนตรีและแหล่งบันเทิงเริงใจที่เพิ่งเดินผ่านออกมามาก 5555

เดินเล่นในคลองสักพักก็เมื่อยขาค่ะ เลยเดินจากจงกักกลับเกสต์เฮาส์ ประหยัดค่ารถด้วย
แถมไม่ต้องไปอ้อมไปอ้อมมาอีก เพราะความจริงแล้วจงกักกับมยองดงใกล้กันนิดเดียวเอง

ก่อนกลับแอบแวะนั่งพักขา ดื่มชานมที่ EDIYA COFFEE แล้วก็เอา Hot Pack ออกมาเขย่าๆๆ

จบวันที่สองค่ะ หม่ำมื้อดึกเพราะว่าเดินเยอะ เสียพลังงาน (ข้ออ้างในการกินมากกว่าม๊างงง)
ก็มีวันจาที่ซื้อจากตลาดควางจัง รา-มยอนกันคนละถ้วย แล้วก็ซื้อโอเด้งที่มินิมาร์ทมาซดแก้หนาว

หลังจากนั้นก็นอนหลับยาวค่ะ เหนื่อยยยยย และเมื่อยร่างมาก

♡ DAY 3

วันนี้ตื่นเช้าหน่อยเพราะว่าจะออกนอกเมืองกันค่ะ ตื่นมาเจ็ดโมงเกือบแปด (นี่เช้าสุดในทริปแล้วนะ)
ล้างหน้า แต่งตัว เตรียมพร้อมก็ออกเดินทางค่ะ วันนี้จะไปเกาะนามิ กับไปปั่นรถที่คังชนกัน

นั่งรถไฟใต้ดินไปสถานีชองรยังนี (Cheongnyangni 청량리) เพื่อต่อไปยังสถานีคา-พยอง (Gapyeong 가평)

เลือกนั่งเป็น itx เพราะว่าเร็วดี นั่งยาวจากชองรยังนีไปคา-พยองเลยค่ะ ใช้เวลาแค่ 30 กว่านาทีเองก็ถึง
แต่ราคาจะแพงกว่านั่งรถไฟใต้ดินแบบธรรมดาค่ะ แต่ itx ประหยัดเวลาได้เยอะมาก จาก 2 ชั่วโมงเหลือแค่ครึ่งชั่วโมง

วิธีไปเกาะนามิไม่ขอเล่าละเอียดนะคะ คนน่าจะรีวิวเยอะแล้ว ก็ลงสถานีคา-พยองแล้วต่อแท็กซี่บอกไปนามิซอม
ก็จะถึงทางขึ้นเรือเพื่อไปเกาะค่ะ เรากับแฟนอยู่กันไม่นานเพราะว่าจองปั่นรถ Rail Bike ที่คังชนไว้ตอนบ่ายโมง

พอสัก 12.15 ก็ออกจากเกาะแล้ว เดินกันแป๊บเดียวเอง 5555 เราไปนามิรอบที่ 4 แล้วด้วย
เริ่มเบื่อเพราะมันไม่ได้มีอะไรมากมาย แต่แฟนไม่เคยไปเลยพาไปค่ะ

เกาะนามิ (Nami Island)
การเดินทาง: ลงสถานี Gapyeong แล้วต่อแท็กซี่บอกไปนามิซอมค่ะ

พอออกมาจากเกาะ ก็นั่งแท็กซี่กลับไปสถานีคา-พยองแล้วก็นั่งถัดไปอีก 4 สถานี

(แผนที่ซับเวย์ค่ะ จากคา-พยองไปคิมยูจองด้วยรถไฟธรรมดา ใช้เวลาเกือบๆ 20 นาทีนะคะ)

ลงที่สถานีคิมยูจอง (Gimyujeong Station) เดินออกมามองขวามือก็จะเจอทางเข้าเลยค่ะ

Gangchon Rail Park เป็นกิจกรรมปั่นรถบนรางรถไฟที่ดึงดูดนักท่องได้มากมาย
เพราะว่ามีวิวที่สวยงามตลอดข้างทางและบรรยากาศก็ดีมากกกกกก ที่นี่เปิดตอนปี 2012
ตอนที่เราไปยังไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติไปมากนัก เจอแต่คนเกาหลีไปกันค่ะ

ก่อนขึ้น เจ้าหน้าที่ก็จะมีการแนะนำวิธีใช้เบรค วิธีปรับเบาะนั่ง แต่เป็นภาษาเกาหลีนะคะ
ถ้าฟังไม่ออกสามารถไปถามเป็นอิ๊งได้ค่ะ แต่วิธีปั่นไม่ยากเลยเหมือนปั่นจักรยานหรือนกเป็ดน้ำ 5555

ลืมบอกว่าเราจองและจ่ายเงินผ่านเอเจนซี่ก่อนเพราะกลัวว่าคนจะเยอะและไม่ได้ปั่น
แต่พอไปถึงจริงๆ คนไม่ได้เยอะขนาดนั้นค่ะ ไปซื้อตั๋วกันที่ด้านหน้าเลยก็ได้ถ้าไม่ใช่ช่วงเทศกาล

ราคาต่อ 1 คันแบบ 2 ที่นั่ง 25,000 วอน / แบบ 1 คัน 4 ที่นั่ง 35,000 วอนนะคะ

ตลอดทางวิวสวยคุ้มค่ามากค่ะ แล้วก็สนุกด้วยเพราะช่วยกันปั่นๆ ถือว่าเป็นการออกกำลังกายไปในตัว อิอิ

เหมือนหลุดไปอยู่ในอีกโลกนึงเลย แฟนชอบที่นี่มาก ถ่ายรูปไม่หยุดเลยค่ะ พูดถึงตลอดๆ ว่าชอบ

Gangchon Rail Park (강촌레일파크)
การเดินทาง: สถานี Gimyujeong Station เดินออกมาทางเข้าอยู่ขวามือค่ะ

เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของคนเบื่อเกาะนามิค่ะ เพราะอยู่ทางเดียวกันเลย ถัดจากนามิไปแค่สามสถานีเท่านั้นเอง
กิจกรรมสนุก วิวสวย เหมาะมากกับการมากับคนรัก ครอบครัว เพื่อนๆ ลองเก็บไปเป็นตัวเลือกดูนะคะ ^^

ที่นี่รายการ Running Man เคยมาถ่ายทำด้วย ร้านขายของตรงนี้แกรี่โอป้าก็เคยมาซื้อกิน 5555

ของกินจะขายแพงกว่าร้านทั่วไปหน่อย คงเพราะเป็นที่เที่ยว เน้นขายนักท่องเที่ยว
แต่ว่าให้ปริมานโอเค รสชาติก็อร่อย กินโอเด้งแก้หนาวนี่ได้ผลดีสวดๆ 5555

ที่นี่พอเราเริ่มปั่นจากตรงสถานีคิมยูจอง สุดทางจะมาสิ้นสุดที่สถานีคังชนค่ะ
ซึ่งพอลงจากรถปั่นแล้ว ก็จะมีจุดชมวิวและจุดรอรถไฟสีแดง จะมีมารับเป็นรอบๆ ตลอดวัน

รถไฟขบวนนี้จะพาเราไปลงที่สถานีคังชน (Gangchon Station) ซึ่งสามารถนั่งรถกลับเข้าโซลได้เลยค่ะ

แต่ปัญหามีอยู่ว่า จากจุดส่งตรงรถไฟสีแดง มันเดินไกลพอสมควรกว่าจะถึงสถานีคังชน
เรากับแฟนเดินหลงนานมาก แบบงงว่าตอนนี้อยู่ไหน แล้วสถานีไปทางหนายยยยย

คือจริงๆ แล้วมันจะมีชัตเตอร์บัสไปส่งที่เดิมคือสถานีคิมยูจอง แต่ว่าเราไม่อยากอ้อมกลับไป
เลยตัดสินใจเดินไปสถานีคังชนดีกว่า เดินประมาน 20 นาทีได้เพราะว่าขาสั้น T^T

(เจอ Photo Booth แล้วเลี้ยวซ้ายเดินตรงเพื่อไปสถานี Gangchon นะจ๊ะ)

ตลอดทางก็เป็นเมืองสงบเงียบ บรรยากาศชาวบ้านๆ ดีค่ะ ทางเดินจากจุดรับส่งรถไฟมายังสถานีคังชน
พอลงจากรถไฟให้เดินออกมาผ่าน Photo Booth ที่ขายรูปที่ระลึกให้เลี้ยวซ้ายค่ะ

แล้วเดินตรงยาวๆ จนสุดทาง จะเจอสะพานทางรถไฟใหญ่ๆ เดินเลี้ยวขวาขึ้นเนินสูงๆ จะเจอกับสถานีค่ะ

ขากลับเลือกนั่ง itx เหมือนเดิม แต่ว่าถ้าจะนั่งจากคังชนเลย มันจะมีรอบรถไฟน้อยกว่า
ตอนแรกก็กดไปแล้ว ซื้อตั๋วไปแล้วค่ะ แต่ดันไม่ได้ดูว่าเวลามันตอนสองทุ่ม 5555
เราเลยไปถามพนักงานที่อยู่ในสถานี เค้าบอกว่าให้ซื้อตั๋วเป็น คา-พยอง > ชองรยังนี

แบบนั้นจะมีรอบรถไฟทุกชั่วโมงเลยค่ะ เราก็จัดไปตามนั้น ซื้อตั๋วจากเครื่อง itx
ส่วนตั๋วเก่าที่ซื้อผิดเวลาก็เอาไป Refund ได้เต็มจำนวนที่ตู้ขายตั๋วเหมือนกัน จะบอกว่าดีใจมากที่ไม่เสียตังค์ฟรี

ราคา 4,700 วอนต่อใบ จากนั้นเราก็นั่งจากสถานีคังชนไปรอรอบรถไฟกลับโซลที่สถานีคา-พยองค่ะ

วันนั้นอากาศหนาวมากกกก แบบทรมานจิต กดช็อกโกแลตร้อนกินกันแก้หนาวค่ะ

รอจนถึงเวลารถไฟก็มา ตรงเวลาสุดๆ ที่นั่งรถไฟกว้าง นั่งสบาย มีที่วางถาดอาหาร วางของด้านบนได้

ระบบดีมากค่ะ มีบอกว่าห้องน้ำ ห้องเด็กอ่อนมีใครใช้หรือไม่ ไฟไม่ติดแสดงว่าว่าง ไฟแดงคือไม่ว่าง

กลับมาถึงโซลเวลาประมานหกโมงเย็น มื้อเย็นตอนแรกกะจะไปกินเนื้อย่าวบุฟเฟต์ที่ฮงแด
แต่เดินไปเดินมาเริ่มไม่อยากกินเนื้อแล้ว เพราะกินพวกย่างๆ สองวันติด ก็เลยเดินหาอะไรกินแถวฮงแด

เดินมาจนเจอร้านนี้ค่ะ ร้านเกี๊ยวที่แฝดสามชอบ 555 เราไม่ได้ดูแฝดสามแบบครบทุกตอนหรือติ่งอะไร
แต่เห็นพวกเด็กๆ กินกันแล้วก็อยากลองกินบ้างว่าจะอร่อยแค่ไหน เลยเข้าไปลองชิมดู

เราสั่งเป็นคัลบีมันดูกับบุลโกกิคิมบับค่ะ มากินเล่นกัน ไม่ได้อิ่มเว่อร์แต่ก็พออยู่ท้อง

คัลบีมันดู (갈비만두) หรือ เกี๊ยวเนื้อวัว ราคา 4,000 วอน

บุลโกกิคิมบับ (불고기김밥) คิมบับบุลโกกิ 4,800 วอน เครื่องแน่นมาก แน่นกว่าข้าว 5555

(ทางเดินจากทางออก 9 มาที่ร้านเกี๊ยวค่ะ)

ร้านพารือดา คิมซอนแซง (바르다 김선생) สาขาฮงแด
การเดินทาง: สถานี Hongik University ทางออก 9 เดินขึ้นมาตรงยาวจนเจอสี่แยกใหญ่แล้วเลี้ยวซ้าย เดินตรงต่อไปอีกนิด ร้านอยู่ชั้นลอย

หลังจากหม่ำกันเสร็จเราก็เดินเล่นต่อฮงแดนิดนึง ผ่านร้านไก่ทอด เอาหมีมาเป็นพรีเซนเตอร์ 5555
ถาดใหญ่มาก ชุดใหญ่มาก ราคาแค่ 19,900 วอนเอง รอบหน้ากะไว้แล้วถ้าไปฮงแดจะไปกินแน่นอน

เดินแถวฮงแดแป๊บนึงก็อยากกินไก่ปิ้งเสียบไม้เจ้าดังที่อีแด (ที่บอกไว้ต้นๆ กระทู้) เลยนั่งรถเมล์ไปอื่น

พอถึงก็เจอร้านชิคเก้นคัพที่เรากินบ่อยมากของเราสมัยเรียน ตอนเรียนคือเดินผ่านต้องซื้อกินทุกวัน
มันอร่อยมาก และตอนนี้ลุงก็ยังขายอยู่ ดีใจน้ำตาแตก T_T รสชาติอร่อยเหมือนเดิมเลยค่ะ

คัพชิคเก้นหรือ 허브컵치킨 เป็นอาหาร Street Food อย่างนึงค่ะ จะเป็นไก่ทอดผัดซอส
และใส่มันฝรั่งบดทอดกับต๊อกทอดมาด้วย ราดมายองเนสกิน ฟินมาก แฟนกรีดร้องไม่เป็นภาษา
คือกลับไทยมาก็ยังบ่นอยากกลับไปกินคัพชิคเก้นอีก ใครสนใจอยากลองเจ้าประจำเราก็มาลองได้นะคะ

คัพชิคเก้นเจ้าประจำจขกท. (허브컵치킨)
การเดินทาง: สถานี Ewha Womans University ทางออก 1 เดินขึ้นมาก็ตรงยาวค่ะ
หน้าร้านตามรูป คนขายจะเป็นลุงที่อยู่ประจำแบบนี้มาหลายปีแล้ว 5555 ร้านสีแดงๆ แบบนี้ค่ะ

*ในอีแดมีหลายร้านที่ขายคัพชิคเก้นแบบนี้ค่ะ ถ้าอยากลองชิมร้านอื่นดูก็เลือกเอาตามใจเลยนะคะ ><

ซื้อไก่ถ้วยเสร็จก็เดินกินกันไปเรื่อยๆ แล้วก็ไปที่ร้านไก่ปิ้งเสียบไม้เจ้าดังของอีแด เปิดมาแล้วกว่าสิบปี

ไก่ปิ้งเสียบไม้หรือทัคโกชี (닭꼬치) เจ้านี้อร่อยมาก การันตีจากที่ได้ออกทีวีและดังไกลถึงไต้หวันแหนะ
เรารู้จักร้านนี้ด้วยความบังเอิญ สมัยมาเรียนใหม่ๆ เดินกลับหอดึกๆ แล้วหิวค่ะ เลยเดินมาหาอะไรกินก่อนกลับหอ
เจอกับร้านนี้แล้วก็ลองสั่งดู ปรากฎว่ามันเป็นทัคโกชีร้านเดียวที่กินแล้วไม่เหมือนที่อื่น คือบางเจ้าเนื้อไก่แข็งมาก
บางเจ้าก็ปิ้งไว้นานทั้งวัน พอลูกค้าสั่งก็ไม่ยอมอุ่นให้ มันก็จะเย็นๆ ชืดๆ แต่เจ้านี้เค้าจะทำอุ่นและทำอย่างพิถีพิถันมาก

ไม้ละ 2,000 วอนเท่านั้นค่า ตามมยองดงเดี๋ยวนี้ขาย 2,500 วอนแล้ว แถมเย็นชืดอีกต่างหาก
จริงๆ ทัคโกชีสามารถหากินได้ทั่วเกาหลีเลยค่ะ มีขายทุกที่ แต่ว่าถ้าใครมีโอกาสได้มาอีแด
อยากให้ทุกคนลองร้านนี้จริงๆ ค่ะ เรา Highly Recommend เลย อิ__อิ

เมนูจะมีแค่ไก่ปิ้งอย่างเดียว แต่มีซอส 3 แบบให้เลือกคือ

순한맛 (ซุน ฮัน มัท) คือไม่เผ็ดเลยค่ะ เป็นซอสหวาน
중간맛 (จุง กัน มัท) จะเป็นแบบเผ็ดผสมหวาน อันนี้อร่อยสุดสำหรับเรา กำลังดี
매운맛 (แม อุน มัท) เป็นซอสแบบเผ็ดค่ะ

ใครจะสั่งแบบไหนอย่าลืมเซฟข้อความที่พิมพ์ให้เผื่อไปด้วยนะคะ ร้านไม่มีภาษาอังกฤษค่ะ

ร้านทัคโกชีที่อีแด
การเดินทาง: สถานี Ewha Womans University ทางออก 2 เดินขึ้นมาจะเจอกับร้านของกินข้างทางมากมาย
จำไม่ได้แม่นว่าอยู่เต้นท์ไหนค่ะ คงต้องรบกวนเพื่อนๆ เดินหากันเอง 5555 เซฟรูปหน้าร้านไปเผื่อกันเหนียวก็ได้น้า

กินเล่นกันเสร็จก็นั่งรถเมล์กลับเกสต์เฮาส์ค่ะ เนื่องจากวันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว
แถมไม่มีมื้อไหนกินเป็นมื้อจริงจังเลย มีแต่กินเล่นล้วนๆ มันโหวงๆ อิ่มก็ไม่อิ่ม หิวนิดๆ ตะหงิดๆ 55555

กลับมาก็จัดเลย มื้อดึก ได้กินข้าวจริงๆ สักที T__T อยู่มาทั้งวันไม่มีข้าววว
เราแวะคิมบับชอนกุก (เป็นร้านอาหารเกาหลีทั่วไป) สั่งแบบห่อกลับมากินที่พักค่ะ
เพราะอยากอาบน้ำและรู้สึกผ่อนคลายมากกว่ากินที่ร้าน

อ่อ แอบแวะซื้อเค้กที่ Paris Baguette มาฉลองวันพิเศษเรากับแฟนด้วย
เค้กที่นี่อร่อย ราคาไม่แพง ใครไปเกาหลีแล้วอยากกินเค้กเนื่องในโอกาสพิเศษ
หรือแค่อยากกินเค้กเฉยๆ แนะนำร้านนี้ค่ะ อร่อยมากจริงๆ

ชิ้นนี้ของเรา 19,000 วอน วัดจากขนาดสายตาน่าจะสัก 2 ปอนด์ได้
ของที่ใช้ ครีม เนื้อเค้ก ผลไม้ ทุกอย่างคือดีอ่ะ ไม่หวานเลี่ยน กินเพลินๆ
แต่กินไม่หมดนะคะ เก็บไว้พรุ่งนี้กินต่อเป็นของหวาน 55555

♡ DAY 4

วันนี้เริ่มมาแบบชิลๆ ค่ะ หาอะไรกินก่อนไปคาโรซูกิลฝั่งคังนัมกัน
หน้าเกสต์เฮาส์มีร้านอาหารจีนเปิดมานานแล้วตั้งแต่สมัยเราเรียน ชอบกินจาจังร้านนี้มาก
ก็เลยแวะกินกันก่อนไปเดินเล่น เมนูเซ็ตก็มีนะคะ สั่งเป็นเซ็ตบางทีก็คุ้มกว่า

เราสั่งเป็นเซ็ต A จะได้จาจังมยอนสองชาม แล้วก็ทังซูยุกอีกจานนึง

ทังซูยุก หรือหมูชุบแป้งทอดราดซอสเปรี้ยวหวาน
แบบนี้จะมีขายที่ร้านอาหารจีนในเกาหลีทุกร้านค่ะ กินกับจาจังหรือจัมปง อร่อยมาก

ร้าน 중국요리 조아루 (จาจังมยอนหน้านัมซาน)
การเดินทาง: สถานี Myeongdong ทางออก 4 เดินขึ้นมาเจอ McDonald ให้เดินตรงไปข้างหน้าค่ะ
ร้านสีส้มๆ ตามนี้เลย มีโคมไฟจีนประดับอยู่ด้านหน้า หาไม่ยากจ้าาา

พอเติมพลังเสร็จก็ออกเดินทางไปคาโรซูกิลกันเลย! เรานั่งรถไฟใต้ดินจากหน้ามยองดงเลย
ไปลงสถานี Sinsa เพื่อไปคาโรซูกิลค่ะ คาโรซูกิลจะเป็นถนนชิคๆ ฝั่งคังนัม มีร้านน่ารักๆ อาร์ทๆ มากมาย
เดินเล่นกันเพลินเลย ร้านกาแฟก็มีให้เลือกนั่งตลอดทางตามชอบเลยค่ะ เราเข้า A Twosome Place

ชาเขียวร้อนหอมอร่อยมาก คือติดใจจนทริปนี้เข้าแต่ร้านนี้เลยอ่ะ 55555

เจอ Line Friend Store แบบไม่ได้ตั้งใจจะมา แต่พอเห็นหมีบราวน์ตัวใหญ่แล้วอดใจไม่ไหว เดินไปดูซะหน่อย

ส่วนชั้น 1 จะขายของจุกจิกทั่วไป มีตุ๊กตา มีของใช้
พวงกุญแจที่ระลึกอะไรแบบนี้ ส่วนชั้นบนเป็นเสื้อผ้าหมดเลย

Garosu-gil (คาโรซูกิล)
การเดินทาง: ออกสถานี Sinsa ทางออก 8 เดินตรงไปเรื่อยๆ จะเจอ IBK Bank แล้วเลี้ยวเข้าซอยไปเลยค่ะ

ตลาดปลาโน-รยังจิน หรือ Noryangjin Fisheries Wholesale Market (노량진수산시장)
เป็นตลาดปลาขายส่งที่เปิดมานานตั้งแต่ปี 1927 ซึ่งถือว่าเป็นตลาดขายของทะเลที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี
(ขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวเกาหลีด้วยนะคะ)

ออกจากสถานีก็เดินตรงจนไปจนเจอป้ายใหญ่อันนี้
แล้วทางจะพาเราเดินลอดใต้ดินจนไปเจอกับทางเข้าตลาดเลย

ที่นี่ขายอาหารทะเลเยอะมากค่ะ สดๆ กันทั้งนั้นในราคาไม่แพง
สามารถซื้อแล้วไปสั่งทางร้านอาหารปรุงสุกได้ด้วย

คือระหว่างเดินก็จะโดนเชิญชวนให้เข้าร้านนั้นร้านนี้ตลอด เพราะงั้นใครหัวอ่อนๆ หลีกเลี่ยงไม่ค่อยเป็น
ก็อย่าไปสบตาเจ้าของร้านนะคะ เดี๋ยวเงินในกระเป๋าจะเสียเอาได้ 55555 แต่ทุกร้านขายของคล้ายกันค่ะ

นี่เป็นร้านที่เราซื้อปลาดิบกลับมาค่ะ อยู่ต้นทางเข้าเลย จานละหมื่นวอน เป็นปลาดิบรวม (모듬회) สดและหวานค่ะ

ตลาดปลาโน-รยังจิน Noryangjin Fisheries Wholesale Market  (노량진수산시장)
การเดินทาง: สถานี Noryangjin ทางออก 1 ขึ้นมาแล้วเดินตรงไปจะมีป้ายด้านหน้าตามรูป
จะเป็นทางให้เลี้ยวลงเพื่อเดินลอดใต้ดินไปยังทางเข้าตลาดปลาค่ะ หาไม่ยากๆ

ได้ปลาดิบมาสมใจอยากสองจาน ก็เริ่มหิวแล้วเพราะว่าตอนนั้นน่าจะบ่ายแก่ๆ
เราเลยพาแฟนไปกินบูแดจิเกที่ร้าน BIYA แถวโคแด (หรือมหาวิทยาลัยโคเรีย)

แถวนี้เป็นอีกที่ที่มาบ่อยเพราะสมัยเรียนอยู่มีรุ่นพี่ที่สนิทกันเค้าเรียนที่โคแด
แล้วเค้าพามากินบูแดจิเกที่นี่หลายรอบเลยค่ะ เราก็คิดถึงอ่ะเนอะ กลับมากินอีก 555

ชื่อร้าน BIYA ค่ะ มีภาษาอังกฤษไม่ต้องกลัวหาไม่เจอ 5555 จริงๆ มีสาขาอื่นด้วยนะ ฮง-็มีค่ะต้องลองเสิร์ชดู

ที่นี่จะมีมันฝรั่งบดทอดเติมให้ตลอดไม่อั้นด้วย อร่อยมากกกก
เราชอบมากค่ะ เพราะมันคือแฮชบราวน์นั่นแหละ

เรื่องรสชาติ สำหรับเราคืออร่อย แฟนบอกอร่อยมาก แสดงว่าผ่านอยู่ 55555

ร้าน BIYA (สาขาอันนัม)
การเดินทาง: สถานี Anam ทางออก 2 เดินขึ้นมาจะเจอซอยเลยค่ะ
เดินเข้าไปในซอยนั้นแป๊บเดียวก็เจอหน้าร้านแล้ว หาไม่ยากน้า

พอกินเสร็จเราก็ข้ามถนนมาเดินเล่นแถวโคแดนิดหน่อย แถวนั้นหานักท่องเที่ยวไม่มีเลยค่ะ
บรรยากาศจะชิลๆ มาก เดินเล่นกันสบาย คนไม่แออัด ถ้าใครอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศจากฮงแด มยองดง
ก็มาแถวโคแดได้นะคะ รับรองว่าเก๋ไม่แพ้ใครเลย

เดินเล่นสักพักก็นั่งรถเมล์กลับค่ะ เพราะถ้าลงใต้ดินมันจะอ้อมกว่า ขี้เกียจเปลี่ยนสายวุ่นวาย
หารถเมล์แล้วนั่งตรงไปลงที่ควางฮวามุนเลย ลงไปถ่ายไฟที่คลองชองเกชอนกันอีกรอบ

แล้วก็เดินเลียบคลองมาเรื่อยๆ จนถึงจงกักค่ะ แล้วจากจงกักก็เดินกลับมยองดงเลย

เดินจากจงกักมาที่มยองดงด้านหลัง แวะซื้อมันฝรั่งเกลียวยาวด้วย ออริจินัลป่ะละ 5555

วันนี้มื้อดึกเรากับแฟนจัดเต็มมากเพราะอยากกินขาหมูต้มมาหลายวันแล้วไม่ได้กินสักที
เห็นทีคงต้องกินกันวันนี้แหละไม่งั้นก็ไม่ได้กินนนน แวะซื้อขาหมูต้ม (จ๊กบัล 족발) ที่ร้านหน้าเกสต์เฮาส์
ขึ้นไปกินกับปลาดิบที่ซื้อมาเมื่อตอนบ่ายที่ตลาดปลา ฟินมากค่ะ

เป็นมื้อที่แฮปปี้ดี๊ด๊ามากมาย 5555

ขาหมูต้มชุดละ 24,000 วอนค่ะ (ชุดนี้เล็กที่สุด) ได้ผัก ได้เครื่องเคียงครบ

ร้านขาหมูต้มนัมซาน (남산왕족발)
การเดินทาง: สถานี Myeongdong ทางออก 3 ขึ้นมาแล้วเข้าซอยทางขึ้นหอคอยนัมซานค่ะ

ร้านอยู่ขวามือเลยมินิมาร์ท CU มานิดเดียวก็เจอแล้วค่ะ ร้านเล็กๆ ไม่ใหญ่ แต่ความอร่อยใหญ่มากกก

♡ DAY 5

(ถ่ายร้านที่เด็กแสงเป็นพรีเซนเตอร์ซะโหน่ย แต่ไม่ได้ซื้อเลยอ่ะ 5555)

วันนี้จะไปคยองบกกุงกับอินซาดงค่ะ เที่ยวแถวนั้นไม่ได้ไปไหนไกลเพราะว่าขี้เกียจ 5555
วันนี้ทั้งวันเราจะเดินเอา กับมีนั่งรถเมล์นิดหน่อย แต่ไม่ได้ลงรถไฟใต้ดินเลยเพราะอยู่แถวนั้นหมด

เริ่มมาด้วยการกินมื้อเที่ยงค่ะ วันนี้ตื่นสาย ออกมาก็ 11 โมงกว่าแล้ว กินทัคคัลบีที่ร้านยูกาเน
ร้านนี้มาเปิดที่ไทยแล้วนะคะ แต่เราไม่รู้ว่าจะอร่อยเท่าเกาหลีมั้ย ไม่เคยกินของไทยเลยค่ะ

สลัดบาร์ค่ะ ตักทานได้เลย เป็นบริการของทางร้าน ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมมมม

ร้านนี้มีเมนูภาษาอังกฤษไม่ต้องห่วงค่ะ ไร้กังวล ส่วนสาขามีเยอะมาก ทั่วเมืองไปหมดเลย
เจอสาขาไหนที่รู้สึกสะดวกเข้าไปกินก็เอาเลยค่า ไม่ต้องตามรอยก็ได้ร้านนี้ 5555
เพราะว่าแค่ในมยองดงก็ปาไป 2 สาขาแล้วค่ะ (หรืออาจจะมากกว่านั้นก็ได้ -.-)

เราสั่งเป็น 치즈퐁~닭 (Fresh Cheese Chicken Galbi) แล้วก็สั่งเส้น “จล รา มยอน” เป็นท็อปปิ้งเพิ่มมาด้วย

รสชาติเราว่าเราชอบอ่ะค่ะ คนอื่นอาจจะเคยลองร้านอื่นอร่อยกว่าหรืออะไร
แต่เรากินร้านนี้ตั้งแต่ยังทัคคัลบิยังไม่มีในไทย เราว่าที่นี่อร่อยโดนใจเราสุดๆ แล้ว 55555
แต่พอมาเปิดที่ไทยก็ยังไม่ได้ไปลองสักที ถ้าได้ไปแล้วจะมารีวิวเปรียบเทียบให้ดูนะคะ

ร้านยูกาเน (Yoogane 유가네) สาขามยองดง
การเดินทาง: สถานี Myeongdong ทางออก 8 เดินขึ้นมาเดินเลยหน่อยจะเจอร้าน Olive Young
เข้าไปในซอยนั้นเลยค่ะ เดินไปเรื่อยๆ จะเจอร้านนี้อยู่ซ้ายมือ ร้านใหญ่และเด่นมาก หาเจอแน่นอน

พอกินเสร็จก็เดินย่อยไปคยองบกกุงกันค่ะ อยากพาแฟนไปวังนี้ด้วยเพราะส่วนตัวเราชอบมาก
มาหลายรอบมากๆ ตอนเรียน บางวันเหงาๆ เบื่อๆ ก็ชอบเข้ามาเดินเล่นในวัง ทำให้ใจปลอดโปร่งดีค่ะ

เราเดินจากด้านหลังมยองดงไปคยองบกกุง ทางเดินจะงงนิดหน่อยถ้าอธิบายตรงนี้
ถ้าใครอยากเดินแนะนำให้ลองเปิดแมพค่ะ แต่ถ้าใครขี้เกียจก็ขึ้นซับเวย์โลดดด
จากตรงนั้น นั่งจากสถานีอึลจิโรมาลง City Hall ก็ได้ค่ะ แล้วก็เดินไปออกที่สถานีควางฮวามุน
จะได้ไม่ต้องไปอ้อมเปลี่ยนสายให้วุ่น เพราะว่ามันเดินเชื่อมกันได้ใต้ดิน

วันนี้วังเปิด คนเลยเดินกันคึกคักสองข้างทาง อากาศดี ฟ้าโล่ง สดใสมากๆ

คยองบงกุง (Gyeongbokgung Palace 경복궁) เป็นวังทางทิศเหนือที่ถูกสร้างตั้งแต่ปี 1395
และเป็นวังที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาพระราชวังทั้ง 5 และตั้งอยู่บนพื้นที่ที่ถือว่าดีที่สุด (ด้านหลังเป็นเขา ด้านหน้าเป็นน้ำ)

พอเข้าไปถึงที่จัดการซื้อตั๋วก่อนเลยค่ะ ค่าเข้าชมวังคนละ 3,000 วอน

ด้วยความที่วังใหญ่มาก เลยทำให้นักท่องเที่ยวกระจายกันออกไปค่ะ ไม่ทำให้แออัดและดูวุ่นวาย
ในแต่ละที่ก็จะมีความสงบเงียบ ทั้งที่วันนั้นเราก็เห็นทัวร์ลงหลายทัวร์เลย แต่ก็ไม่ทำให้รู้สึกโดนรบกวนเลย

Gyeongbokgung Palace 경복궁
การเดินทาง: เราแนะนำให้ออก Gwanghwamun ทางออก 9 ขึ้นมาจะเจอกับรูปปั้นเซจงค่ะ
เดินตรงไปจะเจอประตูวัง ตรงนั้นถ่ายรูปสวยค่ะ แนะนำๆ

*จริงๆ มันมีสถานีคยองบกกุงเลยนะคะ แต่ว่าจะไปเข้าทางข้างวังแทน
เลยอยากแนะนำตามนี้มากกว่า เข้าหน้าวังแล้วก็ได้เก็บภาพวังระยะไกลด้วย สวยค่ะ

ชมวังกันเสร็จเราก็เดินไปอินซาดงกันค่ะ ใกล้กันมาก พอออกจากประตูวังแล้วเลี้ยวซ้ายค่ะ แล้วตรงยาวเลย

ตอนแรกที่มาที่นี่เพราะว่าเพื่อนเกาหลีคนเดิมนัดกินข้าวอีกมื้อก่อนกลับ
แต่พอดีว่าเราไปถึงอินซาดงเร็วเกินไป เพื่อนเรายังไม่เลิกงาน ก็เลยไม่ได้กินข้าวตรงนั้นค่ะ

มีให้เขียนอวยพรปีใหม่กันด้วย น่ารักกกก

อินซาดง (Insa-dong 인사동)
การเดินทาง: จากหน้าวังคยองบก เดินไปทางซ้ายมือประมาน 500 เมตรก็เจอค่ะ ถ้าไปทางรถไฟใต้ดิน
ออกสถานี Anguk ทางออก 6 เดินขึ้นมาประมาน 100 เมตรแล้วเลี้ยวซ้ายก็ถึงค่ะ

เดินเล่นอินซาดงแป๊บนึง ได้ของที่ระลึกมาเล็กน้อย เราก็นั่งรถเมล์กลับนัมซานกัน
เพราะตอนแรกจะขึ้นหอไปถ่ายวิวเมืองจากด้านบน แต่พอปีนขึ้นไปถึงทางขึ้น

พระอาทิตย์ก็จะตกแล้ว สุดท้ายเลยตัดสินใจไม่เดินขึ้นไป เพราะว่านัดกินข้าวกับรุ่นน้องที่มยองดงตอนหกโมง

มื้อเย็นวันนี้มากินจาจังมยอนอีกแล้วค่ะ 555 รุ่นน้องอยากกินเลยพามา แต่มาอีกร้านนึง
ร้านนี้อยู่ในมยองดงเลย อร่อยไม่แพ้กัน ชื่อร้าน “ฮ่องกงบันจอม” (홍콩반점) มีเมนูไม่กี่อย่างค่ะ

มื้อเย็นวันนี้มากินจาจังมยอนอีกแล้วค่ะ 555 รุ่นน้องอยากกินเลยพามา แต่มาอีกร้านนึง
ร้านนี้อยู่ในมยองดงเลย อร่อยไม่แพ้กัน ชื่อร้าน “ฮ่องกงบันจอม” (홍콩반점) มีเมนูไม่กี่อย่างค่ะ

ก็สั่งเป็นจาจังมยอน (4,000 วอน) กับทังซูยุก (จานใหญ่ 15,000 วอน) ค่ะ

ร้าน ฮ่องกงบันจอม 홍콩반점 (สาขามยองดง)
การเดินทาง: สถานี Myeongdong ทางออก 7 เข้าหน้ามยองมาแล้วเลี้ยวซ้ายตรงร้าน Nature Republic
จนเจอร้านเสื้อผ้า SPAO ค่ะ แล้วเข้าไปในซอยเล็กๆ ตรงข้ามร้าน SPAO นิดเดียวก็จะเจอร้าน
ร้านอยู่ชั้น 2 ทางซ้ายมือ ต้องเงยหน้าสังเกตหน่อยนะคะ 55555 ร้านเป็นภาษาเกาหลี เซฟคำไปเทียบได้ค่ะ

กินมื้อเย็นเสร็จ เพื่อนเกาหลีของเราก็เลิกงานแล้วตามมาค่ะ เลยไปนั่งคุยกันที่ร้าน BEANSBINS COFFEE

เพื่อนเราเลี้ยงของหวานค่า เป็นวาฟเฟิลสตรอเบอร์รี่ครีมสด กับวาฟเฟิลไอศกรีมฮาเก้นดาสสส
อร่อยมาก อร่อยแสงออกปาก มันอู้หูมากจริงๆ 55555 สตรอเบอร์รี่สดด้วยค่ะ ไม่ใช่แบบเชื่อม

ร้าน BEANSBINS COFFEE
การเดินทาง: สถานี Myeongdong ซอยเดียวกับร้านฮ่องกงบันจอม ทางเข้าเดียวกับโรงแรม Savoy ร้านอยู่ชั้น 2 ค่ะ

หลังจากกินกันอิ่มก็แยกย้าย เรากับแฟนอยากไปดูดอกกุหลาบที่ DDP ก็นั่งรถต่อไปกัน

เป็นทุ่งกุหลาบ LED สว่างไสวยามค่ำคืนเท่านั้น 5555

Dongdaemun Design Plaza (동대문디자인플라자 หรือ DDP)
การเดินทาง: ลงสถานี Dongdaemun History & Culture Park ทางออก 1 ค่ะ

พอกลับถึงที่พักก็เอาปลาดิบที่เหลืออยู่ออกมาหม่ำ กลัวเก็บไว้นานเดี๋ยวจะเสียของ อิอิ

♡ DAY 6

วันนี้เป็น Shopping Day ค่ะ ไม่มีอะไรมาก เดินช็อปอย่างเดียวเลย (วันอื่นๆ ได้ข่าวก็กินอย่างเดียว -..-)

ตื่นมาก็กินแต่เช้า 555 เดินผ่านรถเข็นที่ขายเครันปัง (계란빵) หรือขนมปังไข่
ตอนแรกก็ว่าจะไม่ซื้อ แต่ด้วยความที่ยังไม่ได้กินอะไรเลย และกลิ่นหอมเหลือเกิน
เลยซื้อมาอันนึงมาแบ่งกันกิน 55555 หอมๆ หวานๆ ชิ้นละ 1000 วอนจ้า

เดินข้ามมาฝั่งมยองดงแล้วก็รอรถเมล์นั่งยาวไปอีแดเลยค่ะ แฟนอยากไปถ่ายตึก ECC ตอนกลางวัน

มาถึงมหาลัยตอนกลางวันแล้ววว มีนักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปกันเยอะเลย คึกคักๆ

พาแฟนเข้าตึกมาขึ้นลิฟต์ไปชั้นบนสุดเพื่อที่จะได้ถ่ายจากมุมสูงลงมาข้างล่างค่ะ สวยไปอีกแบบ

อันนี้จะเป็นหอประชุม เดินขึ้นบันไดไปสูงมาก เราไม่เคยขึ้นเลยค่ะ กลัวความสูง 555

และแล้วก็มาถึงมื้อเที่ยงที่เรากับแฟนรอคอยมาตลอดทริปนี้ วะฮะฮ่าา
คือการไปกินบุฟเฟต์แซลม่อนดิบที้ร้าน “ยอนอ-ซัง-ฮเว” (연어상회) ที่สาขาชินชนค่าาา

คือเรารู้จักร้านนี้จากเพจ 오늘 뭐 먹지? (โอนึล มวอ ม๊อกจี) ซึ่งเป็นเพจแนะนำร้านอาหารในเกาหลีค่ะ
เห็นแล้วมันน่าโดนมากเพราะว่าเรากับแฟนเครซี่แซลม่อนดิบด้วยกันทั้งคู่ แล้วจากที่ดูรีวิวมันสดมาก
เห็นแล้วอยากไปลองด้วยตัวเอง คิดไว้ว่าต้องลองให้ได้ ต้องไปให้ได้ 55555 สุดท้ายก็ไปโดนมาจริงๆ

ร้าน ยอนอ ซัง ฮเว (연어상회) มีทั้งเมนูเติมได้ไม่อั้น แล้วก็มีสั่งเป็น À-la-carte ด้วย
แต่มาทั้งที่เราก็ต้องสั่งแบบรีฟิล บุฟเฟต์เติมไม่อั้นสิใช่ม้าาา

ซึ่งเซ็ตบุฟเฟต์จะมีตามนี้ค่ะ หัวละ 16,900 วอน สามารถสั่งได้ 4 อย่าง
-แซลม่อนซาชิมิ (생언어 사시미 อ่านว่า แซง-ยอนอ-ซาชิมิ)
-บิบิมบับเนื้อดิบ (육회비빔밥 อ่านว่า ยู-คเว-บิ-บิม-บับ)
-เนื้อดิบตอกไข่ (산더미 육회 อ่านว่า ซัน-ดอ-มี-ยู-คเว)
-พิซซ่าเกาหลีทะเล (해물파전 อ่านว่า แฮ-มุล-พา-จอน)

งานนี้ใครกินเนื้อดิบไม่ได้อาจจะต้องบายสินะคะ แต่ร้านนี้มีที่สาขาฮงแดด้วย
รู้สึกว่าเมนูเนื้อดิบจะตัดออกไป แล้วเป็นอย่างอื่นมาแทนค่ะ ลองหาข้อมูลดูนะคะ

แฮมุลพาจอนค่ะ รสชาติดี แป้งไม่หนาเตอะ กินแล้วเพลินๆ ไม่เลี่ยน

แซลม่อนสดมาก หวานมาก ละลายในปาก ชิ้นใหญ่มากด้วยค่ะ แล้วคือมันอร่อยยยย

ร้านนี้ใครชอบแซลม่อนดิบอย่าพลาดนะคะ ต้องมาลองของค่ะ อิอิ

ร้าน ยอนอ-ซัง-ฮเว บุฟเฟต์แซลม่อนสดๆ 연어상회 신촌점 (สาขาชินชน)
การเดินทาง: ลงสถานี Sinchon ทางออก 3 เดินขึ้นมาแล้วก็ตรงยาวเลยนะคะ
เดินให้สุดถนนจนเจอโบสถ์คริสต์ (ใหญ่มากสังเกตง่ายค่ะ) เดินเข้าซอยข้างโบสถ์ไป
ร้านจะอยู่ขวามือ หน้าร้านสีฟ้ามีรูปปลาแซลม่อนตัวใหญ่ตามในรูปเลยค่ะ

พออิ่มปุ๊ปก็เดินเล่นแถวชินชนอีกหน่อย วันนั้นมีการปิดถนนเตรียมจัดแสดงด้วยแหละ
เห็นว่าจะมีนักร้องมาร้องเพลง เราไม่รู้จักอ่ะ เป็นนักร้องหญิง จำชื่อไม่ได้ 5555
เลยไม่มีรถวิ่งผ่านสักคันเลยค่ะ แต่มีโชว์เล็กๆ น้อยๆ จากนักมายากล มีตัวมาสคอตเดินเต็มไปหมด

ตอนแรกเราจะนั่งรถเมล์ต่อไปซื้อรองเท้าที่ฮงแด แต่พอถนนปิดก็ต้องลงใต้ดิน
พอลงใต้ดินปุ๊ป ความขี้เกียจก็เข้าครอบงำจ้า สุดท้ายเลยบอกแฟน
“เธอ นั่งกลับเกสต์เฮาส์เลยเหอะ อยากพักขา” เนื่องจากอิจขกท. เดินติดต่อกันหกวัน
เมื่อยมากกกก อยากนั่งพักอุ่นๆ ให้เท้าหายเมื่อยลงบ้าง เลยตัดสินใจกลับที่พักค่ะ

พอกลับไปเจอฮีทเตอร์อุ่นๆ ความง่วงก็ครอบงำต่อจากความขี้เกียจ
และรู้ตัวอีกทีหลังลืมตาคือ หก-โมง-เย็น! อิบ้าาา 5555 นอนยาวเลยไง
ไม่น่ากลับมาพักขาเล๊ยยย พักขาบ้าอะไร นี่มันพักตาแล้ว 55555

งัวเงียตื่นมางงๆ เดินออกไปหาของกินแถวที่พักเพราะไม่อยากไปไหนไกลแล้ว
กินร้านคิมบับชอนกุกที่มีทั่วเกาหลีประทังชีวิตไปค่ะ แต่อร่อยอยู่นะร้านแบบนี้อ่ะ ให้เยอะด้วย

เราสั่ง ตุ๊ก-แบ-กิ บุลโกกิ (뚝배기 불고기) หรือซุปเนื้อวัว กินกับข้าวสวย

แฟนสั่งบิบิมบับหม้อหิน (돌솥비빔밥 ทล-ซต-บิบิมบับ) ถ้าไม่สั่งแบบนี้จะได้เป็นชามสแตนเลสธรรมดาค่ะ

แล้วก็สั่งเกี๊ยวมาแบ่งกันกิน เราชอบเกี๊ยวที่นี่มากเลยอ่ะ รู้สึกอร่อยกว่าร้านสามแฝด 5555

หลังจากกินมื้อเย็นก็เดินย่อยด้วยการไปดูช็อป Fjallraven ที่ห้างลอตเต้
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรติดมือกลับมาเพราะว่าสีที่มีขายอยู่ไม่ใช่สีที่เราอยากได้

เลยไปเดินซูเปอร์มาร์เก็ทต่อค่ะ ซื้อของกินของฝากกันสนุกสนาน ก็กลับที่พัก

ภารกิจมหาโหดคือการต้องแพ็คของที่เลอะเทอะในห้องพักเข้ากระเป๋าเพื่อเตรียมกลับวันพรุ่งนี้ T^T
สภาพห้องโหดมากค่ะ ใจไม่แข็งอย่าไปดู 5555555555 ให้เพื่อนดูรูปเพื่อนถามเราว่า “_ีงนอนหน้าลิฟต์ใช่มั้ย”

ก็ไม่ขนาดนั้นป่ะ 5555 สุดท้ายก็เก็บของเสร็จด้วยความลำบากลำบนค่ะ ฮู้ววว

♡ LAST DAY

เดินทางมาถึงวันสุดท้ายของทริปแล้วค่ะ ตื่นมาก็อ้อยอิ่งอยู่บนห้อง กินจาจังมยอนคัพมื้อเช้า
แล้วก็เอากระเป๋าเดินทางไปชั่งน้ำหนักที่ชั้นใต้ดิน เพื่อคอนเฟิร์มว่าน้ำหนักไม่เกินแน่นอน 555

แล้วก็ดูการ์ตูนฆ่าเวลาไปขึ้นแอร์พอร์ตบัสเพื่อไปสนามบินอินชอน พอ 11 โมงเราก็ลากกระเป๋าเตรียมลาโซลกันค่ะ

ซัมกักคิมบับคนละอันค่า พออิ่มม

ไปนั่งเฝ้าเคาท์เตอร์เช็คอินเปิด อิอิ แอร์กราวด์เกาหลีน่ารัก มารยาทดี จนเราเกรงใจไปเลยอ่ะ

พอเช็คอิน ได้บอร์ดิงพาสต์มาเรียบร้อยก็เข้าไปในเกตกันค่ะ ขากลับต.ม. ไม่ถามอะไรเลย (แน่สิ)

รอเครื่องออกด้วยการหาอะไรหม่ำๆ ในเกต อาหารสนามบินที่เกาหลีเราว่าราคารับได้
สมเหตุและผล ไม่ได้ขูดรีดแพงเว่อร์เหมือนบางสนามบินเลยค่ะ

อย่างเซ็ททงคัตสึของเรา ได้หมูชิ้นใหญ่จนกินไม่หมด ได้ข้าว ได้สลัด ได้ซุป 8,500 วอนเอง
กินไม่หมดเลยค่ะ อิ่มจนแบบ กินข้าวที่สั่งไว้บนเครื่องแทบไม่ลงเลยง่ะ 55555

ขากลับเราบินกลับไฟลท์ XJ709 เวลาสี่โมงกว่าๆ เครื่องลำเดิม A330-300 นั่งแถวเดิม ที่เดิม 555

ขากลับสั่งผัดไทค่ะ กลิ่นหอมมากกกกกกกกกกก แต่คือจืด จืดแบบไม่มีรสเลยอ่ะ
ไม่รู้เพราะเราอิ่มหรือเพราะมันไม่อร่อยจริงๆ กันแน่ ใครกินแล้วอร่อยบ้างมั้ยคะ T^T

แล้วก็เดินทางกลับสู่กรุงเทพมหานครด้วยสวัสดิภาพค่ะ

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านกันมาจนถึงตอนนี้ จริงๆ กระทู้นี้หาสาระอะไรไม่ค่อยได้หรอก มีแต่ของกินกับเดินเปื่อยไปวันๆ 5555
ยังไงถ้าชอบหรือถูกใจช่วยกดบวกกับแชร์กระทู้นี้ด้วยนะคะ แล้วก็คอมเม้นเป็นกำลังใจให้ด้วยน้า

หรือใครตามไปกินไปเที่ยวมาแล้วก็อย่าลืมแวะกลับมาบอกความรู้สึกกันบ้างนะคะ คนเขียนอย่างเราจะได้ชื่นใจ อิอิ

ปล. เรื่องรสชาติอาหารขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวนะคะ ถ้าใครอยากรู้ว่าอร่อยจริงหรือไม่อร่อย ก็ต้องไปลองเองน้าาา

ถ้าชอบหรือติดตามกระทู้ของเราได้ที่ https://www.facebook.com/twinklebabystyle ค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ ^^

Disclaimer: This post is NOT sponsored. All opinions are my own.